เมนูปิด

คำพิพากษาฎีกาที่5706/2555 
บริษัท ซุปเปอร์ ควอลิตี้ จำกัดโจทก์
กรมสรรพากรจำเลย
เรื่อง ภาษีอากร
กฎหมายที่เกี่ยวข้องประมวลรัษฎากร มาตรา 77/1 มาตรา 79

ตามมาตรา 79 วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร บัญญัติว่า “มูลค่าของฐานภาษีให้หมายความรวมถึง เงิน ทรัพย์สิน ค่าตอบแทน ค่าบริการ หรือประโยชน์ใดๆ ซึ่งอาจคิดคำนวณได้เป็นเงิน” และข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า โจทก์ได้ให้บริการตามสัญญาจ้างเหมาปรับปรุงขบวนการกลั่นของโรงกลั่นน้ำมันจนแล้วเสร็จโดยโจทก์ส่งมอบงานงวดสุดท้ายให้แก่ผู้ว่าจ้างและได้มีการใช้บริการแล้วต่อมาผู้ว่าจ้างนำเงินค่าปรับเพราะเหตุส่งมอบงานล่าช้ามาหักกับค่าจ้างหรือค่าบริการงวดสุดท้ายตามสัญญาว่าจ้างข้อ 19 ที่ระบุว่า ค่าปรับหรือค่าเสียหายซึ่งเกิดขึ้นจากผู้รับจ้างตามสัญญานี้ ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะหักเอาจากจำนวนเงินค่าจ้างที่ค้างจ่ายก็ได้ การหักเงินค่าปรับไว้ย่อมเป็นการหักจากเงินค่าจ้างงวดสุดท้าย ซึ่งมีผลเสมือนว่า ผู้ว่าจ้างได้จ่ายชำระหนี้เงินค่าจ้างงวดสุดท้ายเต็มจำนวนแล้ว โดยส่วนที่หักออกไปเป็นเงินส่วนที่โจทก์จะต้องจ่ายเป็นค่าปรับให้แก่ผู้ว่าจ้างตามสัญญาว่าจ้าง เพียงแต่ไม่ได้เรียกเอาค่าปรับจากโจทก์ต่างหาก ถือว่าได้ผู้ว่าจ้างได้ชำระหนี้ค่าจ้างงวดสุดท้ายให้โจทก์ครบถ้วนตามสัญญาแล้วนั่นเอง โจทก์จึงต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเต็มจำนวนตามสัญญาให้บริการก่อนหักค่าปรับ ส่วนกรณีที่โจทก์ยังโต้แย้งผู้ว่าจ้างโดยฟ้องคดีต่อศาลปกครองกลางกล่าวอ้างว่า ผู้ว่าจ้างเรียกเก็บเงินค่าปรับจากการส่งมอบงานล่าช้าไม่ถูกต้อง คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณา ยังไม่เป็นที่ยุติว่าโจทก์ต้องรับผิดชำระค่าปรับจากการส่งมอบงานล่าช้าจำนวนเท่าใด นั้น หากโจทก์ชนะคดีก็จะได้รับเงินค่าปรับคืน และลักษณะของเงินค่าปรับจากการผิดสัญญาก็ถือได้ว่าเป็นค่าเสียหายที่ได้รับจากการฟ้องร้องคดีเนื่องจากการประกอบกิจการ มิใช่ฐานภาษีที่เกิดจากการใช้บริการจ้างเหมาปรับปรุงขบวนการกลั่นของโรงกลั่นน้ำมันที่จะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามความหมายของมาตรา 77/1(10) แห่งประมวลรัษฎากร และเงินค่าปรับจากการผิดสัญญานี้ หากโจทก์ได้รับการพิจารณาจากศาลให้ได้คืนในภายหลังทั้งหมดหรือบางส่วนก็ไม่ต้องนำมาเสียภาษีมูลค่าเพิ่มแต่อย่างใดงินได้อื่น

ปรับปรุงล่าสุด: 14-02-2021