เมนูปิด

คำพิพากษาฎีกาที่909/2555 
นางสาวจิรัฏฐ์ อินทร์ปรุง หรือนางจิรัฏฐ์ เรืองรุ่งโจทก์
สรรพากรพื้นที่เพชรบูรณ์จำเลย
เรื่อง คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐออกคำสั่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
กฎหมายที่เกี่ยวข้องมาตรา 16 แห่งพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ.2527 และมาตรา 17 แห่งพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ
การที่มาตรา 16 แห่งพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ.2527 กำหนดให้ข้าราชการมีสิทธินำหลักฐานการชำระค่าเช่าซื้อหรือค่าผ่อนชำระเงินกู้เพื่อชำระราคาบ้านมาเบิกค่าเช่าบ้านข้าราชการ เป็นการขยายสิทธิในการเบิกค่าเช่าบ้านข้าราชการตามมาตรา 7 ให้รวมไปถึงการเช่าซื้อหรือการผ่อนชำระเงินกู้เพื่อการชำระราคาบ้านที่ค้างชำระด้วยทำให้ข้าราชการที่ประสงค์มีบ้านเป็นของตนเองสามารถนำเงินค่าเช่าบ้านข้าราชการไปชำระค่าเช่าซื้อหรือชำระหนี้เงินกู้เพื่อซื้อบ้านบางส่วนซึ่งเป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ต้องการจะสนับสนุนให้ข้าราชการมีบ้านอยู่อาศัยเป็นของตนเอง ดังนั้น หากข้าราชการผู้ใดมีสิทธินำหลักฐานการชำระค่าเช่าซื้อหรือค่าผ่อนชำระหนี้เงินกู้เพื่อชำระราคาบ้าน ซึ่งข้าราชการผู้นั้นใช้เป็นที่อยู่อาศัยและได้อาศัยอยู่จริงในบ้านนั้นมาเบิกค่าเช่าบ้านข้าราชการตามบทบัญญัติในมาตรา 16 และข้าราชการนั้นยังคงรับราชการอยู่ในท้องที่เดิมหรือได้รับแต่งตั้งให้กลับไปรับราชการในท้องที่นั้นอีก และเป็นการใช้สิทธินำหลักฐานการชำระค่าเช่าซื้อหรือค่าผ่อนชำระเงินกู้ตามที่เคยใช้สิทธิมาแล้ว แม้ภายหลังมีบ้านพักของทางราชการว่างลง ทางราชการก็ไม่จำต้องจัดที่พักอาศัยให้ข้าราชการผู้นั้นอยู่อีก เว้นแต่ข้าราชการผู้นั้นจะหมดสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านข้าราชการตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว ด้วยเหตุประการอื่น แม้ต่อมาพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ.2527 จะถูกยกเลิกโดยพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ.2547 แต่มาตรา 17 แห่งพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ.2547 ก็กำหนดหลักการเกี่ยวกับการให้ข้าราชการมีสิทธินำหลักฐานการชำระค่าเช่าซื้อหรือค่าผ่อนชำระเงินกู้มาเบิกค่าเช่าบ้านข้าราชการในทำนองเดียวกับมาตรา 16 แห่งพระราชกฤษฎีการค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ.2427 ดังนั้น ข้าราชการที่มีสิทธินำหลักฐานการชำระค่าเช่าซื้อหรือค่าผ่อนชำระเงินกู้เพื่อชำระราคาบ้านมาเบิกค่าเช่าบ้านข้าราชการตามพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ.2527 จึงยังคงมีสิทธิดังกล่าวอยู่ต่อไป
สำหรับการที่ผู้ถูกฟ้องมีคำสั่งตามหนังสือที่ กค 0711.07/บห.5/- ลงวันที่ 15 สิงหาคม 2551 ให้ผู้ฟ้องคดีเข้าพักอาศัยในที่พักของราชการภายหลังจากก่อสร้างที่พักของข้าราชการแล้วเสร็จ นั้น เมื่อผู้ฟ้องคดีใช้สิทธิเบิกค่าเช่าบ้านข้าราชการเพื่อชำระหนี้ค่าเช่าซื้อบ้านเพื่อพักอาศัยมาโดยตลอด การที่ผู้ถูกฟ้องคดีก่อสร้างอาคารชุดพักอาศัยของข้าราชการแล้วเสร็จในภายหลัง และมีคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดีเข้าพักอาศัยในที่พักดังกล่าว ย่อมสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้ฟ้องคดี และไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายว่าด้วยค่าเช่าบ้านข้าราชการที่สนับสนุนให้ข้าราชการมีบ้านอยู่อาศัยเป็นของตนเอง ประกอบกับหนังสือกระทรวงการคลัง ที่ กค 0409.5/ว2 ลงวันที่ 29 มกราคม 2550 ที่แจ้งหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการจัดข้าราชการเข้าพักอาศัยในที่พักของทางราชการ พ.ศ.2550 เป็นเพียงการวางแนวทางปฏิบัติให้แก่ส่วนราชการในการพิจารณาจัดข้าราชการเข้าพักอาศัยในที่พักของทางราชการเท่านั้น มิใช่ระเบียบหรือกฎหมายที่กำหนดสิทธิประโยชน์เกี่ยวกับค่าเช่าบ้านของข้าราชการแต่อย่างใด ข้อกำหนดตามหนังสือกระทรวงการคลัง จึงไม่มีผลเป็นการตัดสิทธิการเบิกค่าเช่าบ้านข้าราชการของผู้ฟ้องคดีที่มีอยู่ตามพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ ดังนั้น คำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีตามหนังสือ ที่ กค 0711.07/บห.5/- ลงวันที่ 15 สิงหาคม 2551 ที่ให้ผู้ฟ้องคดีเข้าพักอาศัยในอาคารชุดพักอาศัยของทางราชการ จึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเมื่อคำสั่งดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว ผลการพิจารณาอุทธรณ์ของผู้ถูกฟ้องคดีและสรรพากรภาค 7 ที่ผู้ถูกฟ้องคดีแจ้งตามหนังสือที่ กค 0711.07/บห.5/239 ลงวันที่ 24 กันยายน 2551 จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายเช่นกัน

ปรับปรุงล่าสุด: 14-02-2021