เมนูปิด

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร

เกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 33)

เรื่อง กำหนดวิธีการชำระอากรเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์อากรสำหรับตราสารบางลักษณะ

 

---------------------------------

 

                           อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 และมาตรา 103 (3) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 10) พ.ศ.2496 และมาตรา 123 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 12) พ.ศ.2497 อธิบดีกรมสรรพากรโดยอนุมัติรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประกาศดังต่อไปนี้

 

                           ข้อ 1  ในประกาศนี้

                                      “ตราสาร” หมายความว่า ตราสารที่ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินตามประกาศนี้

                                      “บริษัทเงินทุน” หมายความว่า บริษัทเงินทุนตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์

                                      “บริษัทเครดิตฟองซิเอร์” หมายความว่า บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์

 

                           ข้อ 2  ให้กำหนดวิธีการชำระอากรเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์ ตามมาตรา 103 (3) แห่งประมวลรัษฎากร สำหรับตราสารตั๋วสัญญาใช้เงินเฉพาะที่บริษัทเงินทุนหรือบริษัทเครดิตฟองซิเอร์เป็นผู้ออกตั๋ว ตามลักษณะแห่งตราสาร 9. (2) แห่งบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ท้ายหมวด 6 ในลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากร

 

                           ข้อ 3  วิธีเสียอากรเป็นตัวเงินสำหรับตราสารข้อ 2 ให้ผู้ออกตั๋วชำระอากรเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์

 

                           ข้อ 4  ให้บริษัทเงินทุนหรือบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ระบุข้อความในตราสารตามข้อ 2 ว่า “ชำระอากรแล้ว” ก่อนจ่ายตราสาร

 

                           "ข้อ 5   เงินค่าอากรที่ต้องชำระตามข้อ 3 ให้บริษัทเงินทุนหรือบริษัทเครดิตฟองซิเอร์นำไปยื่นขอชำระและชำระเงิน ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาในเขตท้องที่ที่สำนักงานตั้งอยู่โดยใช้แบบขอเสียอากรเป็นตัวเงินตามที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด และให้ชำระเดือนละ 2 งวด คือ

                                      (1) งวดแรก ค่าอากรที่ต้องชำระหรือได้รับเป็นตัวเงินตั้งแต่วันที่ 1 ถึงวันที่ 15 ของเดือน ให้นำไปยื่นชำระภายในวันที่ 22 ของเดือนเดียวกัน

                                      (2) งวดที่สอง ค่าอากรที่ต้องชำระหรือได้รับเป็นตัวเงินตั้งแต่วันที่ 16 ถึงวันสุดท้ายของเดือน ให้นำไปยื่นชำระภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป"

( แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 46) ใช้บังคับ 11 ตุลาคม 2545 เป็นต้นไป )

 

                           ข้อ 6  ถ้าบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเครดิตฟองซิเอร์มีความประสงค์จะขอชำระค่าอากรเป็นตัวเงินล่วงหน้าก่อนจ่ายตราสารตามข้อ 3 ให้ชำระล่วงหน้าได้ ณ สถานที่ดังกล่าวในข้อ 5 โดยใช้แบบขอเสียอากรเป็นตัวเงินตามแบบที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด และไม่ต้องยื่นชำระเป็นเดือนละ 2 งวด ตามที่กำหนดในข้อ 5 อีก

 

                           ข้อ 7  เมื่อบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ได้นำเงินค่าอากรที่ต้องชำระเป็นตัวเงินไปชำระ ณ สถานที่และภายในกำหนดเวลาตามข้อ 5 หรือข้อ 6 เรียบร้อยแล้ว ก็ให้ถือว่าตราสารตามรายการในแบบขอเสียอากรเป็นตัวเงินของบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์แล้ว

 

                           ข้อ 8  ให้บริษัทเงินทุนหรือบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ทำทะเบียนคุมตราสารตามข้อ 2 โดยแสดงหมายเลขตั๋วสัญญาใช้เงินที่มีอยู่ จ่ายไป และแสดงหมายเลขตั๋วสัญญาใช้เงินที่ได้เสียอากรแสตมป์แล้ว

 

                           ข้อ 9  ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2534 เป็นต้นไป

 

ประกาศ ณ วันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2534

 

บัณฑิต บุณยะปานะ

อธิบดีกรมสรรพากร

 

(ร.จ. เล่ม 108 ตอนที่ 169 วันที่ 26 กันยายน 2534)

ปรับปรุงล่าสุด: 20-08-2014