เมนูปิด

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร

เกี่ยวกับภาษีเงินได้  (ฉบับที่  165)

เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการ เพื่อการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นดอกเบี้ยเงินกู้ยืม  สำหรับการกู้ยืมเงินเพื่อซื้อ  เช่าซื้อหรือสร้างอาคารที่อยู่อาศัย  โดยจำนองอาคารที่ซื้อหรือสร้างเป็นประกัน

 การกู้ยืมนั้น  ตามข้อ 2(52)  แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 126  (พ.ศ. 2509) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร

----------------------------

 

                      อาศัยอำนาจตามความในข้อ  2(52)  แห่งกฎกระทรวง  ฉบับที่  126  (พ.ศ.  2509)  ออกตามความในประมวลรัษฎากร  ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร  ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่  264  (พ.ศ.  2550)  ออกตามความในประมวลรัษฎากร  ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร  อธิบดีกรมสรรพากรกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการ  เพื่อการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นดอกเบี้ยเงินกู้ยืม  สำหรับการกู้ยืมเงินเพื่อซื้อ  เช่าซื้อ  หรือสร้างอาคารที่อยู่อาศัย  โดยจำนองอาคารที่ซื้อหรือสร้างเป็นประกันการกู้ยืมนั้น  ดังต่อไปนี้

 

                       ข้อ  1 ให้ยกเลิกประกาศอธิบดีกรมสรรพากร  เกี่ยวกับภาษีเงินได้  (ฉบับที่  87)  เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการ  เพื่อการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นดอกเบี้ยเงินกู้ยืม  สำหรับการกู้ยืมเงินเพื่อซื้อ  เช่าซื้อ  หรือสร้างอาคารที่อยู่อาศัย  โดยจำนองอาคารที่ซื้อหรือสร้างเป็นประกันการกู้ยืมนั้น ตามข้อ  2(52)  แห่งกฎกระทรวง  ฉบับที่  126  (พ.ศ.  2509)  ออกตามความในประมวลรัษฎากร  ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร ลงวันที่  17  พฤศจิกายน  พ.ศ.  2543 

 

                         ข้อ  2 การยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินได้เท่าที่จ่ายเป็นดอกเบี้ยเงินกู้ยืมสำหรับการกู้ยืมเงินเพื่อซื้อ  เช่าซื้อ  หรือสร้างอาคารที่อยู่อาศัย  โดยจำนองอาคารที่ซื้อหรือสร้างเป็นประกันการกู้ยืมนั้น ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

                                   (1)  เป็นดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่ผู้มีเงินได้จ่ายให้แก่

                                         (ก)  กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เพื่อแก้ไขปัญหาในระบบสถาบันการเงินที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

                                         (ข)  กองทุนรวมเพื่อแก้ไขปัญหาในระบบสถาบันการเงินที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

                                         (ค)  นิติบุคคลเฉพาะกิจซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยนิติบุคคลเฉพาะกิจเพื่อการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ ทั้งนี้  เฉพาะกรณีที่นิติบุคคลเฉพาะกิจดังกล่าวเข้ารับช่วงสิทธิเป็นเจ้าหนี้เงินกู้แทนกองทุนรวมตาม  (ก)  หรือ  (ข)  ธนาคารหรือสถาบันการเงินอื่น  บริษัทประกันชีวิต  สหกรณ์  หรือนายจ้าง

                                   (2)  เป็นดอกเบี้ยเงินกู้ยืมตามสัญญากู้ยืมเงินเพื่อซื้อ  เช่าซื้ออาคาร  อาคารพร้อมที่ดิน   หรือห้องชุดในอาคารชุด  หรือเพื่อสร้างอาคารใช้อยู่อาศัยบนที่ดินของตนเองหรือบนที่ดินที่ตนเองมีสิทธิครอบครอง

                                    (3)  ต้องจำนองอาคารหรือห้องชุดในอาคารชุด หรืออาคารพร้อมที่ดินเป็นประกันการกู้ยืมเงินนั้น  โดยมีระยะเวลาจำนองตามระยะเวลาการกู้ยืม

                                    (4)  ต้องใช้อาคารหรือห้องชุดในอาคารชุดตาม  (3)  เป็นที่อยู่อาศัยในปีที่ได้รับยกเว้นภาษี  แต่ไม่รวมถึงกรณีลูกจ้างซึ่งถูกนายจ้างสั่งให้ไปปฏิบัติงานของนายจ้าง  ณ  ต่างถิ่นเป็นประจำ  หรือกรณีอาคารหรือห้องชุดดังกล่าวเกิดอัคคีภัย  ภัยธรรมชาติ หรือภัยอันเกิดจากเหตุอื่น  ทั้งนี้  เฉพาะที่มิใช่ความผิดของผู้มีเงินได้  จนไม่อาจใช้อาคารหรือห้องชุดนั้นอยู่อาศัยได้

                                    (5)  กรณีผู้มีเงินได้มีอาคารหรือห้องชุดในอาคารชุดตาม (3) เป็นที่อยู่อาศัยในปีที่ได้รับยกเว้นภาษีเกินกว่า  1  แห่ง  ให้ได้รับยกเว้นภาษีได้ทุกแห่งสำหรับอาคารหรือห้องชุดในอาคารชุดตาม (3)

                                    (6)  ให้ได้รับยกเว้นภาษีตลอดปีภาษี ไม่ว่ากรณีที่จะได้รับยกเว้นภาษีนั้นจะมีอยู่ตลอดปีภาษีหรือไม่

                                    (7)  กรณีผู้มีเงินได้หลายคนร่วมกันกู้ยืมให้ได้รับยกเว้นภาษีได้ทุกคนโดยเฉลี่ยการได้รับยกเว้นภาษีตามส่วนจำนวนผู้มีเงินได้ แต่รวมกันต้องไม่เกินจำนวนที่จ่ายจริงและไม่เกิน  100,000  บาท

                                     (8)  กรณีสามีภริยาร่วมกันกู้ยืมโดยสามีหรือภริยามีเงินได้ฝ่ายเดียว  ให้ยกเว้นภาษีให้แก่ผู้มีเงินได้เต็มจำนวนตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน  100,000  บาท

                                     (9)  กรณีผู้มีเงินได้ซึ่งมีสิทธิได้รับยกเว้นภาษีอยู่ก่อนแล้ว ต่อมาได้สมรสกันให้ยังคงได้รับยกเว้นภาษีดังนี้

                                           (ก)  ถ้าความเป็นสามีภริยามิได้มีอยู่ตลอดปีภาษีที่ได้รับยกเว้นภาษีให้ต่างฝ่ายต่างได้รับยกเว้นภาษีตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน  100,000  บาท

                                           (ข)  ถ้าความเป็นสามีภริยาได้มีอยู่ตลอดปีภาษีที่ได้รับยกเว้นภาษีและภริยาไม่ใช้สิทธิแยกยื่นรายการและเสียภาษีต่างหากจากสามีตามมาตรา  57  เบญจ แห่งประมวลรัษฎากร  ให้ได้รับยกเว้นภาษีรวมกันตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน  100,000  บาท

                                           (ค)  ถ้าความเป็นสามีภริยาได้มีอยู่ตลอดปีภาษีที่ได้รับยกเว้นภาษีและภริยาใช้สิทธิแยกยื่นรายการและเสียภาษีต่างหากจากสามีตามมาตรา  57  เบญจ แห่งประมวลรัษฎากร  ให้สามีและภริยาต่างฝ่ายต่างได้รับยกเว้นภาษีได้กึ่งหนึ่งของจำนวนที่จ่ายจริงแต่รวมกันไม่เกิน  100,000  บาท

                                     (10)  กรณีมีการแปลงหนี้ใหม่ด้วยการเปลี่ยนตัวเจ้าหนี้เงินกู้ยืมระหว่างผู้ให้กู้ตาม  (1)  ให้ยังคงได้รับยกเว้นภาษีได้ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน  100,000  บาท

 

                        ข้อ  3 ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมตามข้อ  2  ให้หมายความรวมถึงดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อชำระหนี้เงินกู้ยืมเพื่อซื้อ  เช่าซื้อ  หรือสร้างอาคารที่อยู่อาศัย  หรือห้องชุดด้วย  ทั้งนี้  เฉพาะดอกเบี้ยสำหรับเงินกู้ยืมเพื่อชำระหนี้ส่วนที่ไม่เกินกว่าหนี้ที่ค้างชำระนั้น

 

                        ข้อ  4 การได้รับยกเว้นภาษีตามประกาศนี้  ผู้มีเงินได้ต้องมีหลักฐานจากเจ้าหนี้ผู้ให้กู้ยืมที่พิสูจน์ได้ว่าได้มีการจ่ายดอกเบี้ยสำหรับการกู้ยืมเงินด้วย

 

                        ข้อ  5 ในกรณีที่ผู้มีเงินได้หักลดหย่อนตามมาตรา 47(1)(ซ) แห่งประมวลรัษฎากร หรือได้รับยกเว้นไม่ต้องนำเงินได้ตาม  (53)  หรือ  (59)  ของข้อ  2  แห่งกฎกระทรวงฉบับที่  126  (พ.ศ. 2509)  ออกตามความในประมวลรัษฎากร  ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร  ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง  ฉบับที่  264  (พ.ศ.  2550)  ออกตามความในประมวลรัษฎากร  ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร  รวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้  เงินได้ที่ได้รับยกเว้นตามข้อ  2  เมื่อรวมกับค่าลดหย่อนตามมาตรา  47(1)(ซ)  แห่งประมวลรัษฎากร หรือเงินได้ตาม  (53)  หรือ  (59)  ของข้อ  2  แห่งกฎกระทรวงฉบับที่  126  (พ.ศ.  2509)  ออกตามความในประมวลรัษฎากร  ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร  ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง  ฉบับที่  264  (พ.ศ.  2550)  ออกตามความในประมวลรัษฎากร  ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร  แล้วแต่กรณี  ต้องไม่เกิน  100,000  บาท

 

                        ข้อ  6   การได้รับยกเว้นภาษีตามประกาศนี้  ให้ผู้มีเงินได้นำเงินได้ที่ได้รับยกเว้นภาษีไปคำนวณหักจากเงินได้พึงประเมินตามมาตรา  40  แห่งประมวลรัษฎากร  เมื่อได้หักตามมาตรา  42  ทวิ  ถึงมาตรา  46  แห่งประมวลรัษฎากร แล้ว

 

                        ข้อ  7 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่  1  มกราคม  พ.ศ.  2550  เป็นต้นไป

 

ประกาศ    ณ    วันที่  2  มกราคม   พ.ศ.  2551

      ศานิต  ร่างน้อย       

(นายศานิต  ร่างน้อย)

 อธิบดีกรมสรรพากร

 

ปรับปรุงล่าสุด: 20-08-2014