| เลขที่หนังสือ | : กค 0702/1230 |
| วันที่ | : 4 มีนาคม 2569 |
| เรื่อง | : ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีจำหน่ายภาพยนตร์โดยการโอนลิขสิทธิ์ไปต่างประเทศ |
| ข้อกฎหมาย | : มาตรา 77/1 (10) มาตรา 78/1 (1) (ก) มาตรา 80/1 (2) แห่งประมวลรัษฎากร ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 105)ฯ ลงวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2543 |
| ข้อหารือ | : หารือเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีจำหน่ายภาพยนตร์โดยการโอนลิขสิทธิ์ไปต่างประเทศ ราย กิจการร่วมค้า A มีข้อเท็จจริงสรุปได้ ดังนี้ 1. กิจการร่วมค้าฯ ทำสัญญาร่วมลงทุน เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2564 มีผู้ร่วมลงทุนจำนวน 5 ราย ประกอบด้วย บริษัท ก จำกัด บริษัท ข จำกัด บริษัท ค จำกัด บริษัท จ จำกัด และบริษัท ช จำกัด 2. กิจการร่วมค้าฯ มีวัตถุประสงค์ในการจัดตั้ง เพื่อสร้างภาพยนตร์ โดยร่วมกันลงทุนในการผลิต จัดจำหน่าย โฆษณา ประชาสัมพันธ์ และแบ่งผลกำไร/ขาดทุน และผลประโยชน์ ในภาพยนตร์ ตลอดจนสิทธิต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับภาพยนตร์ และมีการว่าจ้าง บริษัท ฮ จำกัด ให้เป็นผู้ดำเนินการผลิตภาพยนตร์ในขั้นตอน Pre-Production การถ่ายทำหลักรวมถึงดูแลรับผิดชอบการถ่ายทอดภาพยนตร์เพิ่มเติม หรือถ่ายซ่อมภาพยนตร์ ใช้เวลาในการผลิต 1 ปี 3. กิจการร่วมค้าฯ กับหน่วยงานของ B โดยได้ตกลงทำ “สัญญาวีดีโอออนดีมานด์แบบสมัครเป็นสมาชิก” (สัญญาฯ) วันที่มีผลใช้บังคับ 12 กันยายน 2566 และสิ้นสุดในวันที่ระยะเวลาอนุญาตสุดท้ายสิ้นสุดลง สัญญาฯ มีข้อกำหนดสรุปได้ว่า กิจการร่วมค้าฯ ได้มอบสิทธิในภาพยนตร์ให้แก่ B โดยได้ทุกสิทธิโดยเด็ดขาดแต่เพียงผู้เดียวทั้งหมดในทุกสื่อ สามารถโอน ให้อนุญาตช่วง ทำซ้ำ จัดเก็บ ทำการตลาด ฯลฯ ได้ทั่วทุกประเทศ ที่อนุญาต 4. สัญญาฯ กำหนดวันพร้อมใช้งาน 1 ตุลาคม 2566 ระบุค่าสิทธิจำนวน 960,000 USD โดยแบ่งชำระ 4 งวด ๆ ละเท่ากัน กำหนดชำระงวดแรกเมื่อเริ่มการเผยแพร่ภาพยนตร์แล้ว 3 เดือน + 45 วันและการชำระงวดถัดไปจะถึงกำหนดชำระอีก 3 เดือนหลังจากกำหนดชำระในงวดก่อน 5. กิจการร่วมค้าฯ ได้ส่งไฟล์ภาพยนตร์ให้อเมซอนฯ ดาวน์โหลดผ่านทาง E-mail ได้รับการตอบรับไฟล์เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2566 โดยภาพยนตร์ถูกนำไปเผยแพร่ในช่อง Prime Video รับชมผ่านระบบ OTT platform (Over-the-top media service) สามารถดูได้ทั่วโลกที่มีช่องบริการ รวมทั้งในประเทศไทย เริ่มออกอากาศแล้วเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 6. กิจการร่วมค้าฯ ได้ออกใบกำกับภาษีขายให้แก่ B เป็นค่า License fee Title: เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2566 เป็นเงินจำนวน 960,000 USD โดยยังไม่ได้รับชำระเงินจาก B และได้ยื่นแบบ ภ.พ.30 สำหรับเดือนภาษีธันวาคม 2566 เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2567 แสดงยอดขายเป็นค่าลิขสิทธิ์ จำนวน 33,588,768 บาท (อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ณ วันที่ 6 ธันวาคม 2566 อัตราซื้อเงินโอนถัวเฉลี่ย 34.9883 บาทต่อ 1 USD) เป็นยอดขายอัตราร้อยละ 0 ทั้งจำนวน |
| แนววินิจฉัย | : 1. กรณีกิจการร่วมค้าฯ ซึ่งเป็นผู้สร้างภาพยนตร์ได้ทำสัญญาโอนลิขสิทธิ์ในภาพยนตร์ให้กับB ซึ่งอยู่ในต่างประเทศ ให้สามารถโอน อนุญาตช่วง ทำซ้ำ จัดเก็บ ทำการตลาด ฯลฯ โดยได้รับค่าตอบแทนจาก B เป็นค่าลิขสิทธิ์จำนวน 33,588,678 บาท และกิจการร่วมค้าฯ ได้ส่งมอบไฟล์ภาพยนตร์ซึ่งมีลักษณะเป็นทรัพย์สินที่ไม่มีรูปร่างผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ให้ B ดาวน์โหลดผ่านทาง E-mail การขายลิขสิทธิ์ในภาพยนตร์ จึงมิใช่การขายสินค้าแต่เข้าลักษณะเป็นการให้บริการตามมาตรา 77/1 (10) แห่งประมวลรัษฎากร และเป็นการให้บริการที่กระทำในราชอาณาจักร และได้มีการส่งผลของการบริการไปใช้บริการนั้นในต่างประเทศทั้งหมด กิจการร่วมค้าฯ ย่อมมีสิทธิเสียภาษีในอัตราภาษีร้อยละ 0 ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 80/1 (2) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับ ข้อ 2 (1) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 105)ฯ ลงวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2543 2. กรณีความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการให้บริการ ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เว้นแต่ได้มีการออกใบกำกับภาษี หรือได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่นก่อนได้รับชำระราคา ดังนั้น เมื่อกิจการร่วมค้าฯ ออกใบกำกับภาษีขายให้แก่ B เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2566 โดยยังไม่ได้รับชำระราคาค่าบริการจาก B ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มของกิจการร่วมค้าฯ จึงเกิดขึ้นเมื่อได้ออกใบกำกับภาษี ทั้งนี้ ตามมาตรา 78/1 (1) (ก) แห่งประมวลรัษฎากร |