| เลขที่หนังสือ | : กค 0702/1602 |
| วันที่ | : 19 มีนาคม 2569 |
| เรื่อง | : ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการอัดประจุไฟฟ้าแบตเตอรี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า |
| ข้อกฎหมาย | : มาตรา 3 เตรส มาตรา 65 ตรี มาตรา 77/1 มาตรา 77/2 และมาตรา 78/3 แห่งประมวลรัษฎากร |
| ข้อหารือ | : 1. บริษัทประกอบกิจการขายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า พร้อมแบตเตอรี่ที่ใช้กักเก็บประจุไฟฟ้าเพื่อเป็นพลังงานให้ระบบส่งกำลังของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ลูกค้าที่ซื้อรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าจากบริษัทต้องทำสัญญาบริการอัดประจุไฟฟ้าแบตเตอรี่เพื่อให้สามารถนำแบตเตอรี่ที่คายประจุไฟฟ้าแล้ว มาสับเปลี่ยนกับแบตเตอรี่ที่ได้อัดประจุไฟฟ้าพร้อมใช้จากตู้บริการอัดประจุไฟฟ้าของบริษัท (ตู้บริการฯ) โดยลูกค้าจะไม่สามารถเติมประจุไฟฟ้าให้กับแบตเตอรี่ด้วยวิธีการอื่นได้ 2. การสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ลูกค้าต้องติดตั้งและลงทะเบียนใช้งานแอปพลิเคชั่นของบริษัท เพื่อให้สามารถตรวจสอบข้อมูลพลังงานคงเหลือแบตเตอรี่และระยะทางคงเหลือที่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสามารถวิ่งได้ โดยมีรายละเอียดของตู้บริการฯ เช่น ข้อมูลจำนวนแบตเตอรี่และพลังงานคงเหลือของแบตเตอรี่แต่ละลูกในตู้บริการฯ รวมถึงการเติมเงินเพื่อชำระค่าบริการในการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ ในการนี้ ลูกค้าจะต้องถอดแบตเตอรี่จากรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ต้องการสับเปลี่ยนนำไปใส่ในช่องที่ว่าง และนำแบตเตอรี่ลูกใหม่จากตู้บริการฯ ไปใส่ในรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าของตนระบบจะเก็บค่าบริการทันทีโดยคิดจากส่วนต่างของปริมาณประจุไฟฟ้าคงเหลือในแบตเตอรี่ลูกที่ลูกค้านำมาสับเปลี่ยนกับปริมาณประจุไฟฟ้าในแบตเตอรี่ลูกที่ลูกค้าได้รับจากตู้บริการฯ เช่น หากแบตเตอรี่ของลูกค้ามีพลังงานคงเหลือ 30% เมื่อลูกค้านำแบตเตอรี่มาสับเปลี่ยนกับแบตเตอรี่ที่ตู้บริการฯ ซึ่งมีพลังงานคงเหลือ 100% ค่าบริการจะคิดจากส่วนต่างคือ 70% เท่านั้น อัตราค่าบริการจะคิดจากอัตราค่าไฟฟ้าตามที่การไฟฟ้านครหลวงหรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคกำหนดบวกอัตราร้อยละของค่าไฟฟ้าดังกล่าว (ค่า Ft) 3. บริษัทขอหารือ ดังนี้ 3.1 การให้บริการอัดประจุไฟฟ้าแบตเตอรี่และการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และต้องถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายหรือไม่ อย่างไร 3.2 บริษัทฯ จะต้องรับรู้รายได้และต้นทุนของแบตเตอรี่ที่ได้สับเปลี่ยนหรือไม่ อย่างไร |
| แนววินิจฉัย | : กรณีที่บริษัทขายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าพร้อมแบตเตอรี่ที่ใช้กักเก็บประจุไฟฟ้าเพื่อเป็นพลังงานให้ระบบส่งกำลังของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า เมื่อแบตเตอรี่คายประจุไฟฟ้าจากการใช้งานลูกค้าจะต้องนำแบตเตอรี่มาสับเปลี่ยนกับแบตเตอรี่ที่อัดประจุไฟฟ้าพร้อมใช้จากตู้บริการฯ การดำเนินการดังกล่าวมีภาระภาษี ดังนี้ 1. กรณีที่บริษัทติดตั้งตู้บริการฯ เพื่อให้ลูกค้านำแบตเตอรี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่คายประจุไฟฟ้าแล้วมาสับเปลี่ยนกับแบตเตอรี่ที่ตู้บริการฯ ซึ่งมีการอัดประจุไฟฟ้าไว้ โดยมีการคิดราคาจากส่วนต่างของปริมาณประจุไฟฟ้าคงเหลือในแบตเตอรี่ที่ลูกค้านำมาสับเปลี่ยนกับแบตเตอรี่ที่ลูกค้าได้รับจากตู้บริการฯ นั้น สาระสำคัญคือการที่บริษัทฯ ส่งมอบประจุไฟฟ้าใหม่ที่มีการกักเก็บไว้ในแบตเตอรี่ลูกที่ตู้บริการฯ เพื่อใช้เป็นพลังงานให้ระบบส่งกำลังของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า โดยการนำแบตเตอรี่มาสับเปลี่ยนแต่ละครั้งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้สามารถนำแบตเตอรี่ลูกที่ตู้บริการฯ ซึ่งมีการอัดประจุไฟฟ้าไว้แล้วไปใช้กับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าของลูกค้าได้ทันทีโดยไม่ต้องรอการอัดประจุไฟฟ้ากลับเข้าไปในแบตเตอรี่ลูกเดิมที่ลูกค้านำมาสับเปลี่ยน การสับเปลี่ยนแบตเตอรี่จึงเป็นส่วนเสริมที่ช่วยให้การส่งมอบประจุไฟฟ้าซึ่งเป็นสาระสำคัญของการขายสินค้าบรรลุผลได้สะดวกขึ้น และแบตเตอรี่เป็นเพียงภาชนะที่ใช้หมุนเวียนสำหรับกักเก็บประจุไฟฟ้าในการประกอบกิจการเท่านั้น การรับเปลี่ยนแบตเตอรี่และเรียกชำระราคาโดยคำนวณจากส่วนต่างของปริมาณประจุไฟฟ้าดังกล่าว เข้าลักษณะเป็นการขายประจุไฟฟ้าซึ่งเป็นสินค้าที่ถูกบรรจุไว้ในแบตเตอรี่ อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 77/1 (8) (9) และมาตรา 77/2 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาสินค้า หรือได้มีการออกใบกำกับภาษีก่อนได้รับชำระราคาสินค้า แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ ตามมาตรา 78/3 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 1 แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 189 (พ.ศ. 2534)ฯ 2. แบตเตอรี่ที่ตู้บริการฯ ตาม 1. ไม่เข้าลักษณะเป็นสินค้าที่บริษัทฯ มีไว้เพื่อขาย แต่เป็นทรัพย์สินซึ่งใช้ในการประกอบกิจการ บริษัทฯ จึงไม่ต้องรับรู้มูลค่าของแบตเตอรี่ลูกที่ตู้บริการฯ ที่ถูกสับเปลี่ยนเป็นรายได้จากการขายสินค้าในแต่ละครั้งที่มีการขายประจุไฟฟ้า และไม่ให้ถือมูลค่าของแบตเตอรี่ดังกล่าวเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิตามมาตรา 65 ตรี (5) แห่งประมวลรัษฎากร อย่างไรก็ดี บริษัทฯ มีสิทธิคำนวณหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของแบตเตอรี่ดังกล่าวได้ตามมาตรา 65 ทวิ (2) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สิน (ฉบับที่ 145) พ.ศ.2527 3. เนื่องจากการขายประจุไฟฟ้าที่กักเก็บไว้ในแบตเตอรี่เข้าลักษณะเป็นการขายสินค้าที่ไม่อยู่ในบังคับต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 ผู้จ่ายเงินได้จึงไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายแต่อย่างใด |