เมนูปิด

เลขที่หนังสือ : กค 0702/5278
วันที่ : 14 สิงหาคม 2563
เรื่อง : อากรแสตมป์ กรณีการขอคืนเงินค่าอากรแสตมป์
ข้อกฎหมาย : มาตรา 103 และ 113 แห่งประมวลรัษฎากร
ข้อหารือ 1. บริษัทฯ ประกอบกิจการรับจ้างเหมา งานระบบไฟฟ้าและสื่อสาร งานระบบสุขาภิบาล งานระบบป้องกันอัคคีภัย และงานระบบปรับอากาศและระบายอากาศ
2. บริษัทฯ ได้ทำสัญญารับจ้างเหมางานระบบไฟฟ้าและสื่อสาร งานระบบสุขาภิบาล งานระบบป้องกันอัคคีภัย และงานระบบปรับอากาศและงานระบายอากาศ (สัญญาฯ) กับกิจการร่วมค้า ซึ่งบริษัทฯ มิได้เสียค่าอากรแสตมป์ เนื่องจากสำคัญผิดในข้อกฎหมายว่าสามารถชำระอากรแสตมป์ได้ภายใน 90 วัน นับแต่วันต้องปิดแสตมป์บริบูรณ์ กรณีดังกล่าวถือว่า บริษัทฯ มิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ต้องรับผิดเสียเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 103 และมาตรา 113 แห่งประมวลรัษฎากร
3. บริษัทฯ ได้ยื่นคำร้องขอลดเงินเพิ่มอากรเหลือร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของเงินอากร ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 129 (พ.ศ. 2512) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยอากรแสตมป์และอากรมหรสพ โดยให้เหตุผลว่า บริษัทฯ สำคัญผิดในข้อกฎหมายว่าสามารถชำระอากรแสตมป์ได้ภายใน 90 วัน นับแต่วันต้องปิดแสตมป์บริบูรณ์ประกอบกับบริษัทฯ มิได้มีเจตนาหลีกเลี่ยงและได้ยื่นแบบขอเสียอากรแสตมป์เป็นตัวเงิน (อ.ส.4) ชำระค่าอากรแสตมป์พร้อมเงินเพิ่มอากรแล้ว
แนววินิจฉัย
กรณีที่บริษัทฯ เป็นผู้รับจ้างตามสัญญาฯ โดยสัญญาดังกล่าว เป็นการรับทำงานให้โดยมุ่งผลสำเร็จของงานเข้าลักษณะเป็นสัญญาจ้างทำของ ดังนั้น บริษัทฯ ซึ่งเป็นผู้รับจ้างจึงมีหน้าที่ต้องเสียอากรแสตมป์ ตามลักษณะตราสาร 4. จ้างทำของ แห่งบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ในทันทีที่ทำตราสารหรือภายใน 15 วัน นับแต่วันต้องปิดอากรแสตมป์บริบูรณ์ ตามมาตรา 113 แห่งประมวลรัษฎากร แต่เนื่องจากบริษัทฯ ได้ยื่นแบบขอเสียอากรแสตมป์เป็นตัวเงินแล้ว โดยไม่ได้รับคำเตือนหรือถูกเรียกตรวจสอบเป็นหนังสือ แสดงให้เห็นว่าบริษัทฯ มิได้มีเจตนาหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากรแต่อย่างใด จึงอนุมัติให้บริษัทฯ เสียเงินเพิ่มอากรในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของเงินอากร โดยเริ่มนับตั้งแต่วันที่ต้องปิดแสตมป์บริบูรณ์ ตามข้อ 3 วรรคสอง แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 129 (พ.ศ.2512)ฯ
เลขตู้ : 83/40944

ปรับปรุงล่าสุด: 05-12-2020