เมนูปิด

เลขที่หนังสือ: กค 0702/9266
วันที่: 4 พฤศจิกายน 2559
เรื่อง: ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการขายทรัพย์สินของมูลนิธิ
ข้อกฎหมาย: มาตรา 39 มาตรา 47(7)(8) และมาตรา 66 แห่งประมวลรัษฎากร
ข้อหารือ

          1.มูลนิธิฯ ได้รับประกาศกำหนดให้เป็นองค์การหรือสถานสาธารณกุศล ของประกาศกระทรวงการคลัง ว่าด้วยภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 2) เรื่อง กำหนดองค์การ สถานสาธารณกุศล สถานพยาบาล และสถานศึกษา ตามมาตรา 47 (7) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร และมาตรา 3 (4) (ข) แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 239) พ.ศ. 2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 254) พ.ศ. 2534 ลงวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2535


          2.มูลนิธิฯ ได้ดำเนินกิจกรรมโดยให้การสนับสนุนส่งเสริม ช่วยเหลือสังคม ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ตลอดจนโครงการต่างๆ ที่ทำคุณประโยชน์เพื่อสังคมและประเทศชาติ และที่ผ่านมามูลนิธิฯ ได้ดำเนิน "โครงการสถานีวิทยุจราจรเพื่อสังคม" มีหน้าที่เป็นสื่อกลางในการประสานงานด้านการจราจร และสาธารณประโยชน์แก่สังคมโดยรวม ต่อมาโครงการได้เปลี่ยนแปลงสภาพเป็นนิติบุคคลภายใต้ชื่อบริษัท สถานีวิทยุจราจรเพื่อสังคม จำกัด (บริษัทฯ) ดำเนินกิจการโดยยึดหลัก Social Emterprise มิได้แสวงหากำไรจากการดำเนินธุรกิจ อีกทั้งยังคงสร้างสรรค์ประโยชน์แก่สังคม มูลนิธิฯ จึงได้ขายทรัพย์ให้แก่บริษัทฯ เพื่อใช้ดำเนินกิจการได้อย่างต่อเนื่อง โดยคิดมูลค่าคงเหลือหลังหักค่าเสื่อมราคา ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 มูลนิธิฯ จึงขอทราบว่า


               1.รายได้จากการขายทรัพย์สินดังกล่าว ต้องนำมาคำนวณเพื่อยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้มูลนิธิหรือสมาคม (ภ.ง.ด. 55) หรือไม่ อย่างไร


               2.มูลนิธิฯ ได้รับประกาศกำหนดให้เป็นองค์การหรือสถานสาธารณกุศล ยังต้องมีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้มูลนิธิหรือสมาคม (ภ.ง.ด. 55) เป็นประจำทุกปีหรือไม่ อย่างไร

แนววินิจฉัย

          เนื่องจากมูลนิธิฯ ได้รับประกาศกำหนดให้เป็นองค์การหรือสถานสาธารณกุศล ของประกาศกระทรวงการคลัง ว่าด้วยภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 2)ฯ ลงวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2535 ไม่เข้าลักษณะเป็น "บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล" ตามบทนิยามในมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น จึงพิจารณาได้ดังนี้


               1.กรณีตาม 1. หากรายได้จากการขายทรัพย์สินดังกล่าวไม่ใช่เป็นการได้มาจากการซื้อขายหรือการให้บริการโดยมีค่าตอบแทนเป็นปกติธุระ และการซื้อขายหรือการให้บริการนั้นเกี่ยวข้องกับการศาสนา การศึกษา การสถานพยาบาล หรือการสังคมสงเคราะห์ และไม่นำรายได้ดังกล่าวไปจ่ายในทางอื่น และต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิฯ จึงไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลแต่อย่างใด


               2.กรณีตาม 2. เมื่อมูลนิธิฯ ไม่มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามบทนิยาม "บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล" ตามมาตรา 39 ประกอบกับมาตรา 66 แห่งประมวลรัษฎากร มูลนิธิฯ จึงไม่มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้มูลนิธิหรือสมาคม (ภ.ง.ด. 55) แต่อย่างใด

เลขตู้: 79/40227

ปรับปรุงล่าสุด: 22-05-2020