เมนูปิด

 

เลขที่หนังสือ: กค 0706/9372
วันที่: 22 ตุลาคม 2545
เรื่อง: ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการจ่ายเงินได้พึงประเมินไปต่างประเทศ
ข้อกฎหมาย: มาตรา 69 ทวิ, มาตรา 85/3, มาตรา 83/6(1)
ข้อหารือ: สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2539 ซึ่งสถาบันฯ ได้รับการสนับสนุน
ผู้เชี่ยวชาญในกลุ่ม Plant Engineering and Environmental Technology มาประจำที่สถาบันฯ
เป็นครั้งคราวตลอดมาอย่างต่อเนื่อง สถาบันฯ ได้ขยายความร่วมมือทางวิชาการมาสู่สาขาการตรวจ
ประเมินรับรองระบบคุณภาพ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ทางเทคนิคใน
การตรวจประเมินกับ TU ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของฮ่องกงและเกี่ยวข้องกับ
สถาบัน T และการขยายความร่วมมือดังกล่าว ส่วนหนึ่งเป็นการร่วมงานตรวจประเมินระบบคุณภาพแก่
องค์กรในประเทศไทยที่ขอการรับรอง กิจกรรมนี้ก่อให้เกิดรายได้และสถาบันฯ ต้องแบ่งรายได้ส่วนหนึ่ง
ให้ผู้เชี่ยวชาญของ TU ที่มาร่วมตรวจประเมินและ TU ในฮ่องกงต้องนำส่งรายได้บางส่วนแก่สถาบัน T
ที่ประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน ซึ่งมีอนุสัญญาภาษีซ้อนกับประเทศไทย
สถาบันฯ หารือว่า ต้องหักภาษีในอัตราใดจากรายได้ก่อนนำเงินส่ง TU รวมทั้งต้องขอ
หลักฐานจาก TU เรื่องใดบ้าง เพื่อประกอบการพิจารณาและยืนยันเรื่องอัตราภาษีให้ชัดเจน
แนววินิจฉัย: 1. ภาษีเงินได้นิติบุคคล
กรณีบริษัท T ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายฮ่องกง ส่งพนักงานเข้ามาทำงาน
ในประเทศไทย บริษัทฯ จึงมีหน้าที่ต้องนำค่าจ้างที่ได้รับมารวมคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสีย
ภาษีเงินได้นิติบุคคลในประเทศไทยตามมาตรา 76 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร และเมื่อสถาบันฯ จ่าย
ค่าจ้างสำหรับการตรวจสอบและรับรองผลประเมินระบบคุณภาพ ซึ่งเข้าลักษณะเป็นค่าจ้างทำของให้บริษัท
ฯ จึงมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้นิติบุคคล ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 1 ของเงินได้ที่จ่ายตามมาตรา 69 ทวิ
แห่งประมวลรัษฎากร
เนื่องจากบริษัทฯ จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของฮ่องกง จึงไม่อยู่ในบังคับของ
ความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมันเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อน ในส่วน
ที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้และทุน นอกจากนั้นความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับ
รัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนและการป้องกันการเลี่ยงรัษฎากรใน
ส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้ดังกล่าวก็ไม่ครอบคลุมไปถึงฮ่องกง จึงไม่มีประเด็นวินิจฉัยเกี่ยวกับสิทธิ
ประโยชน์ตามความตกลง
2. ภาษีมูลค่าเพิ่ม
เนื่องจากบริษัทฯ เป็นผู้ประกอบการที่อยู่นอกราชอาณาจักร ซึ่งได้เข้ามาประกอบกิจการ
ให้บริการในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว และไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นการชั่วคราวตาม
มาตรา 85/3 แห่งประมวลรัษฎากร สถาบันฯ ซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินค่าบริการมีหน้าที่นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มที่
ผู้ประกอบการมีหน้าที่เสียตามมาตรา 83/6(1) แห่งประมวลรัษฎากร โดยใช้แบบแสดงรายการ
ภ.พ.36 นำส่งกรมสรรพากรภายใน 7 วันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงินให้ผู้ประกอบการ
เลขตู้: 65/32001


ปรับปรุงล่าสุด: 22-05-2020