เมนูปิด
เลขที่หนังสือ: 0702/6285
วันที่: 9 สิงหาคม 2561
เรื่อง: ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีรายได้จากการให้บริการจัดการเรียนการสอนผ่านโรงเรียนเอกชน
ข้อกฎหมาย : มาตรา 77/2 (1) และมาตรา 81 (1) (ช) แห่งประมวลรัษฎากร
ข้อหารือ            บริษัทฯ ประกอบกิจการให้บริการจัดการเรียนการสอนสำหรับเด็กพิเศษ (เด็กไอคิวสูง) แก่โรงเรียนนานาชาติ โดยบริษัทฯ มีหน้าที่จัดเตรียมหลักสูตรการเรียน จัดหาบุคลากร ตลอดจนปกรณ์การสอนด้วยค่าใช้จ่ายของตนเอง และบริษัทฯ กำลังดำเนินการขออนุญาตจัดตั้งเป็นรงเรียนเอกชนในระบบประเภทนานาชาติ บริษัทฯ ขอหารือ ดังนี้
           1. กรณีที่บริษัทฯ ให้บริการจัดการเรียนการสอนแก่โรงเรียนนานาชาติ ทั้งก่อนและหลังที่บริษัทฯ ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งเป็นโรงเรียนเอกชนในระบบประเภทนานาชาติ บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือไม่ อย่างไร
           2. บริษัทฯ จะนำภาษีซื้อที่เกิดจากการก่อสร้างอาคารโรงเรียนและภาษีซื้อที่เกิดจากค่าใช้จ่ายต่างๆ ก่อนได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการโรงเรียนนานาชาติมาใช้ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มได้หรือไม่ อย่างไร
แนววินิจฉัย            1. กรณีที่บริษัทฯ ให้บริการจัดการเรียนการสอนแก่โรงเรียนนานาชาติแห่งอื่น แยกพิจารณาได้ ดังนี้
                1.1 ก่อนบริษัทฯ ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งเป็นโรงเรียนนานาชาติ บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องนำค่าตอบแทนจากการให้บริการจัดการเรียนการสอนดังกล่าว มารวมคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากร และโดยที่การให้บริการดังกล่าว เข้าลักษณะเป็นการให้บริการโดยผู้ประกอบการซึ่งอยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 77/2 (1) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ จึงมีหน้าที่ต้องนำค่าตอบแทนที่ได้รับจากการจัดการเรียนการสอน มารวมเป็นมูลค่าของฐานภาษีเพื่อคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 79 แห่งประมวลรัษฎากร
                1.2 หลังจากที่บริษัทฯ ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งเป็นโรงเรียนนานาชาติแล้ว แม้ว่าบริษัทฯ จะมีฐานะเป็นผู้ประกอบกิจการโรงเรียนนานาชาติตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน แต่เนื่องจากการให้บริการดังกล่าว เป็นการให้บริการการเรียนการสอนแก่บุคคลภายนอก ที่มิใช่นักเรียนของโรงเรียนของตนเอง ค่าตอบแทนที่บริษัทฯ ได้รับจากโรงเรียนนานาชาติแห่งอื่น จึงไม่เข้าลักษณะเป็นเงินได้เนื่องจากการประกอบกิจการโรงเรียนเอกชน ดังนั้น บริษัทฯ จึงไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรสุทธิที่ได้รับจากการให้บริการดังกล่าวตามมาตรา 3 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับมาตรา 3 (1) แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 284) พ.ศ. 2538 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 588) พ.ศ. 2558 และการให้บริการดังกล่าวไม่เข้าลักษณะเป็นการให้บริการการศึกษาของสถานศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน จึงไม่เป็นกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81 (1) (ช) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ จึงมีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่มจากการให้บริการดังกล่าวเช่นเดียวกับกรณีตาม 1.1
           2. กรณีภาษีซื้อของบริษัทฯ ที่เกิดจากการก่อสร้างอาคาร ก่อนวันที่บริษัทฯ ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการโรงเรียนนานาชาติ เข้าลักษณะเป็นภาษีซื้อเพื่อใช้หรือจะใช้ในกิจการประเภทที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ดังนั้น บริษัทฯ มีสิทธินำภาษีซื้อดังกล่าวมาหักออกจากภาษีขายของบริษัทฯ ได้ตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร อย่างไรก็ดี หากต่อมาเมื่อบริษัทฯ ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการโรงเรียนนานาชาติแล้ว และได้นำอาคารนั้นไปใช้ในกิจการโรงเรียนนานาชาติของบริษัทฯ เอง ซึ่งเป็นกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81 (1) (ช) แห่งประมวลรัษฎากร ภายในสามปีนับแต่เดือนภาษีที่ก่อสร้างอาคารเสร็จสมบูรณ์ ภาษีซื้อดังกล่าว ถือเป็นภาษีซื้อต้องห้ามมิให้นำมาหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/5 (6) แห่งประมวลรัษฎากร และข้อ 2 (4) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 42) เรื่อง การกำหนดภาษีซื้อที่ไม่ให้นำไปหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/5 (6) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2535
เลขตู้: 81/40769

 

ปรับปรุงล่าสุด: 22-05-2020