เมนูปิด

 

เลขที่หนังสือ: กค 0811/10137
วันที่: 22 ตุลาคม 2544
เรื่อง: ภาษีเงินได้นิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย กรณีการจ่ายค่าระวางขนส่งสินค้าขาเข้า
ข้อกฎหมาย: มาตรา 67, คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.55/2538ฯ
ข้อหารือ: บริษัทฯ หารือกรมสรรพากรกรณีการจ่ายค่าระวางขนส่งสินค้าขาเข้า ดังนี้
1. กรณีผู้ใช้บริการจ่ายค่าระวางขนส่งสินค้าขาเข้าให้กับสายการบินต่างประเทศหรือ
สายการเดินเรือต่างประเทศ ซึ่งสายการบินหรือสารการเดินเรือดังกล่าวจะออกใบเสร็จรับเงิน 2 ฉบับ
เป็นค่าระวาง (Freight) จำนวน 1 ฉบับ และอีก 1 ฉบับเป็นค่าภาระอื่น ๆ เช่น Terminal
Handling Charge (ค่าภาระขนส่ง) Document Fee (ค่าเอกสาร) Stripping Charges (ค่า
เปิดตู้) และ Status (ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ) ผู้ใช้บริการซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย
หรือไม่
2. กรณีกรมสรรพากรตอบข้อหารือสมาคมผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ (TIFFA)
มีสาระสำคัญว่า กรณีผู้ใช้บริการ (Consignee หรือ Forwarder B) จ่ายค่าระวาง (Freight) หรือ
ผลประโยชน์อื่นใดเกี่ยวกับการขนส่งสินค้าขาเข้าให้กับ Forwarder A โดย Forwarder A
กระทำการในฐานะเป็นตัวแทนของ Forwarder ในต่างประเทศ และได้ออกใบเสร็จรับเงินในนามของ
ผู้ใช้บริการ ถือว่าผู้ใช้บริการจ่ายค่าขนส่งสินค้าขาเข้าซึ่งไม่เป็นฐานภาษีในการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล
ตามมาตรา 67 แห่งประมวลรัษฎากร ผู้ใช้บริการยังคงมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตรา
ร้อยละ 3.0 ของค่าบริการที่ Forwarder A ได้รับจากการดำเนินการแทนนั้น (Handling Charge)
กรณีดังกล่าว ในทางปฏิบัติสามารถสังเกตได้อย่างไรว่า Forwarder A กระทำการในฐานะเป็นตัวแทน
ของ Forwarder ในต่างประเทศ
แนววินิจฉัย: 1. ในการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของ
ต่างประเทศ ซึ่งประกอบกิจการให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศโดยอากาศยานหรือเรือเดินทะเล
สายการบินต่างประเทศและสายการเดินเรือต่างประเทศจะต้องนำค่าระวาง ค่าธรรมเนียม และ
ประโยชน์อื่นใดที่เรียกเก็บไม่ว่าในหรือนอกประเทศไทยก่อนหักรายจ่ายใด ๆ เนื่องในการรับขนของออก
นอกประเทศไทยมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล โดยให้คำนวณจากมูลค่าของค่าระวางที่ได้รับ
หรือพึงได้รับสำหรับระยะทางจากต้นทางถึงปลายทางตามที่ระบุในแอร์เวย์บิลในกรณีรับขนสินค้าโดย
อากาศยาน หรือสำหรับระยะทางจากต้นทางถึงปลายทางตามที่ระบุในบิลออฟเลดิงในกรณีรับขนสินค้าโดย
เรือเดินทะเล รวมถึงค่าธรรมเนียม และประโยชน์อื่นใดที่เรียกเก็บจากผู้รับบริการอันเนื่องมาจากการ
ให้บริการรับขนสินค้า ไม่ว่าสายการบินนั้นหรือสายการเดินเรือนั้นจะให้บริการรับขนเองทั้งหมดหรือให้
ผู้ประกอบการอื่นรับขนส่งช่วงให้ ทั้งนี้ ตามมาตรา 67 แห่งประมวลรัษฎากร และข้อ 2 ของ
คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 55/2538 เรื่อง ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม ฐานภาษีสำหรับการ
ให้บริการรับขนคนโดยสารหรือสินค้าระหว่างประเทศ ลงวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2538 ดังนั้น หาก
สายการบินต่างประเทศหรือสายการเดินเรือต่างประเทศให้บริการขนของเข้ามาในประเทศไทย มูลค่า
ของค่าระวาง ค่าธรรมเนียม และประโยชน์อื่นใดที่เรียกเก็บจากผู้รับบริการอันเนื่องมาจากการ
ให้บริการรับขนสินค้าขาเข้า ตามที่ระบุไว้ใน แอร์เวย์บิลหรือบิลออฟเลดิง จึงไม่เป็นฐานภาษีในการเสีย
ภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 67 แห่งประมวลรัษฎากร ผู้ใช้บริการซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินจึงไม่มีหน้าที่ต้อง
หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย
2. กรณีผู้ใช้บริการจ่ายค่าระวาง (Freight) หรือผลประโยชน์อื่นใดเกี่ยวกับการ ขนส่ง
สินค้าขาเข้าให้กับ Forwarder ในประเทศไทย ซึ่งการกระทำในฐานะเป็นตัวแทนของ Forwarder
ในต่างประเทศ ผู้ใช้บริการซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในส่วนที่กระทำการ
แทนนั้น ในทางปฏิบัติ Forwarder ในประเทศไทยต้องมีหลักฐานหรือเอกสารอื่นใดที่มีเนื้อหาแสดงว่า
กระทำในฐานะเป็นตัวแทนของ Forwarder ในต่างประเทศ
เลขตู้: 64/31074


 

ปรับปรุงล่าสุด: 22-05-2020