เมนูปิด

เลขที่หนังสือ: กค 0811/8717
วันที่: 6 กันยายน 2544
เรื่อง: ภาษีเงินได้นิติบุคคลหัก ณ ที่จ่ายและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการประกอบกิจการรับจ้างขนส่งทางเรือ
ข้อกฎหมาย: มาตรา 81(1)(ณ), มาตรา 77/2, คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.106/2544 ฯ, กฎกระทรวง ฉบับที่
144 (พ.ศ. 2522)ฯ, กฎกระทรวงฉบับที่ 229 (พ.ศ.2544)ฯ, คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.
4/2528 ฯ, คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.101/2544 ฯ
ข้อหารือ: บริษัทฯ ประกอบกิจการรับจ้างขนส่งทางเรือโดยมีข้อเท็จจริงสรุปได้ดังนี้
บริษัทฯ ประกอบกิจการรับจ้างขนส่งทางเรือโดยมีท่าเทียบเรือเป็นของตนเองที่ ศรีราชาและ
สัตหีบ และในการประกอบกิจการบริษัทฯ ได้ให้บริการรับขนพนักงานของบริษัทตัวแทนเรือต่างประเทศซึ่ง
เรือต่างประเทศบางครั้งอาจจะจอดในบริเวณอื่น ฉะนั้นหากเรือต่างประเทศจอดอยู่บริเวณแหลมฉบังหรือ
มาบตาพุต บริษัทฯ ต้องเช่าท่าหรือสถานที่ของหน่วยงานราชการเพื่อใช้เป็นที่จอดเรือในการรับส่ง
พนักงานของบริษัทตัวแทนเรือต่างประเทศ
บริษัทฯ รับจ้างบริษัทตัวแทนเรือต่างประเทศเพื่อรับส่งพนักงานของบริษัทตัวแทนเรือใน
การเดินทางไปติดต่อกับกัปตันเรือต่างประเทศที่จอดอยู่กลางทะเลบริเวณเกาะสีชัง แหลมฉบัง สัตหีบและ
มาบตาพุต โดยจะไม่อนุญาตให้บุคคลอื่นโดยสารแต่อย่างใด ในการเข้ามาในราชอาณาจักรของเรือ
ต่างประเทศจะต้องปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับและกฎหมายของประเทศไทย บริษัทตัวแทนเรือได้ให้บริษัทฯ
รับส่งเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ต้องไปปฏิบัติงานตามกฎหมายเกี่ยวกับการเข้ามาของเรือต่างประเทศนั้น เช่น
เจ้าหน้าที่นำร่อง เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองไปดำเนินพิธีการกับเรือต่างประเทศที่ตนเป็นตัวแทนอยู่
เดิมบริษัทฯ ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มและไม่ต้องถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ต่อมาบริษัทฯ
ทราบว่าได้มีคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.106/2544 ฯ และกฎกระทรวง ฉบับที่ 229 (พ.ศ.2544) ฯ
บริษัทฯ จึงขอหารือว่า
1. การประกอบกิจการของบริษัทฯ ตามข้อเท็จจริงดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นการให้บริการของ
ผู้ประกอบกิจการท่าเรือและผู้ประกอบการที่ประกอบกิจการให้บริการอื่นในลักษณะทำนองเดียวกันกับ
กิจการท่าเรือที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 106/2544 ฯ หรือไม่ หากต้องเสีย
ภาษีมูลค่าเพิ่มบริษัทฯ ต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มกับบริษัทตัวแทนเรือหรือไม่
2. เมื่อบริษัทตัวแทนเรือจ่ายเงินได้แก่บริษัทฯ บริษัทฯ ต้องถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายหรือไม่
แนววินิจฉัย: 1. การประกอบกิจการรับขนส่งผู้โดยสารทางเรือในราชอาณาจักรตามข้อเท็จจริง ดังกล่าว
เป็นการให้บริการขนส่งในราชอาณาจักร ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81(1)(ณ) แห่ง
ประมวลรัษฎากร และไม่เข้าลักษณะเป็นการให้บริการของกิจการท่าเรือและการให้บริการอื่นในลักษณะ
ทำนองเดียวกันกับกิจการท่าเรือที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 77/2 แห่งประมวลรัษฎากร
ประกอบกับ คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.106/2544 เรื่อง การเสียภาษีมูลค่าเพิ่มกรณีการให้บริการของ
ผู้ประกอบกิจการท่าเรือและผู้ประกอบการที่ประกอบกิจการให้บริการอื่นในลักษณะทำนองเดียวกันกับ
กิจการท่าเรือ ลงวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ.2544 ดังนั้น การประกอบกิจการรับขนส่ง ผู้โดยสารทางเรือ
ในราชอาณาจักรตามข้อเท็จจริงดังกล่าวจึงไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มแต่อย่างใด
2. การให้บริการรับขนส่งผู้โดยสารทางเรือตามข้อเท็จจริงดังกล่าวเข้าลักษณะเป็น "การ
ให้บริการ" ที่มิใช่บริการขนส่งสาธารณะ หากมีการจ่ายเงินได้ค่าบริการดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 16
กรกฎาคม 2544 เป็นต้นไป อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายตามข้อ 2(13) ของ
กฎกระทรวง ฉบับที่ 144 (พ.ศ.2522)ฯ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 229 (พ.ศ.2544)ฯ
ประกอบกับ ข้อ 12/1 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ.2528
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.101/2544 ฯ ลงวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ.2544
ดังนั้น บริษัทฯ ต้องถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ทั้งนี้ การจ่ายเงินได้พึงประเมินที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย
ต้องมีจำนวนตามสัญญารายหนึ่ง ๆ มีจำนวนตั้งแต่หนึ่งพันบาทขึ้นไป แม้การจ่ายเงินนั้นจะได้แบ่งจ่าย
ครั้งหนึ่ง ๆ ไม่ถึงหนึ่งพันบาท
เลขตู้: 64/30908

 

 

ปรับปรุงล่าสุด: 22-05-2020