เมนูปิด

เลขที่หนังสือ: กค 0811/1848
วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2544
เรื่อง: ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีดอกเบี้ยของบัตรเงินฝาก
ข้อกฎหมาย: มาตรา 48(3)(ก), มาตรา 50(2)(ข)
ข้อหารือ: สมาคมบริษัทเงินทุนหารือเกี่ยวกับการเสียภาษีดอกเบี้ย เงินฝากในกรณีที่บุคคลธรรมดา
(ลูกค้า) ซื้อบัตรเงินฝากที่บริษัทเงินทุนเป็นผู้ออกซึ่งขายโดยไม่มีส่วนลด และบริษัทเงินทุนผู้จ่าย
ค่าตอบแทนแก่ลูกค้าเป็นดอกเบี้ย โดยสมาคมมีความเห็นว่าดอกเบี้ยที่ลูกค้าได้รับดังกล่าวเป็นเงินได้ตาม
มาตรา 40(4)(ก) แห่งประมวลรัษฎากร หากผู้จ่ายเป็นนิติบุคคลและผู้รับเป็นบุคคลธรรมดา ซึ่งมีถิ่นที่อยู่
ในประเทศไทย จะต้องถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 15.0 และมีสิทธิเลือกไม่ต้องนำไป
รวมคำนวณกับเงินได้ประเภทอื่นตามมาตรา 50(2) และมาตรา 48(3)(ก) แห่งประมวลรัษฎากร
สมาคมฯ จึงขอทราบว่า
1. การหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย สำหรับเงินได้ที่เป็นดอกเบี้ยรับจากบัตรเงินฝากที่
บริษัทเงินทุนออกและบุคคลธรรมดาเป็นผู้รับ บริษัทเงินทุนมีหน้าที่หักภาษีในอัตราร้อยละ 15.0 ตาม
มาตรา 50(2) ประกอบกับมาตรา 48(3)(ก) แห่งประมวลรัษฎากร ใช่หรือไม่
2. บุคคลธรรมดา ซึ่งมีเงินได้เป็นดอกเบี้ยรับจากบัตรเงินฝากที่บริษัทเงินทุนเป็นผู้ออกมีสิทธิ
เลือกชำระภาษีในอัตราร้อยละ 15.0 โดยไม่ต้องนำไปรวมคำนวณกับเงินได้อื่นตามมาตรา 48(3)(ก)
แห่งประมวลรัษฎากร ใช่หรือไม่
แนววินิจฉัย: บัตรเงินฝากมีลักษณะเป็นตราสารแห่งหนี้ ดอกเบี้ยที่ได้รับจากบัตรเงินฝากดังกล่าว ถือเป็น
เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(4)(ก) แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น
1. บริษัทเงินทุนผู้จ่ายดอกเบี้ยให้แก่ผู้รับที่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ไม่ว่า
ผู้มีเงินได้นั้นจะเป็นผู้อยู่ในประเทศไทยหรือไม่ก็ตาม บริษัทเงินทุนมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ไว้ทุกคราว
ที่จ่ายเงินได้ในอัตราร้อยละ 15.0 ของเงินได้ ตามมาตรา 50(2)(ข) แห่งประมวลรัษฎากร
2. ผู้มีเงินได้และถูกหักภาษีไว้ตามข้อ 1 มีสิทธิ์เลือกเสียภาษีในอัตราร้อยละ 15.0 โดย
ไม่ต้องนำเงินได้ที่เป็นดอกเบี้ยดังกล่าว ไปรวมคำนวณกับเงินได้ประเภทอื่นเพื่อเสีย
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาก็ได้ ตามมาตรา 48(3)(ก) แห่งประมวลรัษฎากร
เลขตู้: 64/30234

 

ปรับปรุงล่าสุด: 22-05-2020