เมนูปิด

เลขที่หนังสือ: กค 0706/352
วันที่: 14 มกราคม 2548
เรื่อง: ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการคำนวณค่าหรือราคาของเงินลงทุนระยะยาวในต่างประเทศ

ประเด็นปัญหา: มาตรา 65 ทวิ (3) มาตรา 65 ทวิ (5)

            บริษัทฯ ประกอบกิจการผลิตเครื่องสำอาง ได้มีการส่งเงินไปลงทุนในบริษัทในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐอเมริกา โดยการลงทุนดังกล่าวเป็นการ

ลงทุนระยะยาวเพื่อหวังเงินปันผลบริษัทฯ ได้บันทึกบัญชีโดยคำนวณค่าเป็นเงินตราไทยตามอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ได้มีการจ่ายไปจริงในระหว่างรอบระยะเวลาบัญชี บริษัทฯ หารือว่า


          1. ณ วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีดังกล่าวหรือทุกสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี บริษัทฯ ต้องคำนวณค่าหรือราคาของเงินลงทุนระยะยาวในต่างประเทศดังกล่าวเป็นเงินตราไทย ตามอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยที่ธนาคารพาณิชย์รับซื้อ ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยได้คำนวณไว้ ตามมาตรา 65 ทวิ (5) วรรคหนึ่ง แห่งประมวลรัษฎากรหรือไม่


          2. กรณีถ้าต้องคำนวณผลกำไรหรือขาดทุนจากการตีราคาทรัพย์สินจากเงินลงทุนระยะยาวในต่างประเทศดังกล่าว บริษัทฯ ต้องนำผลกำไรหรือขาดทุนมารวมคำนวณเป็นรายได้หรือค่าใช้จ่ายเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลหรือไม่

แนววินิจฉัย          กรณีบริษัทฯ ได้มีการลงทุนระยะยาวเพื่อหวังเงินปันผลในบริษัทที่ตั้งอยู่ในประเทศ

สาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐอเมริกา บริษัทฯ ได้บันทึกต้นทุนของเงินลงทุน

ดังกล่าวเป็นเงินตราไทย ตามอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่มีการจ่ายเงินชำระค่าหุ้น ตามมาตรา 65 ทวิ (3) แห่งประมวลรัษฎากร กรณีดังกล่าวเนื่องจากบริษัทฯ ไม่มีภาระผูกพันเป็นเงินตราต่างประเทศที่เหลืออยู่ในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี บริษัทฯ จึงไม่ต้องปรับปรุงมูลค่าของเงินลงทุนหรือทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทย ตามมาตรา 65 ทวิ (5) วรรคหนึ่ง แห่งประมวลรัษฎากร

เลขตู้: 68/33275

ปรับปรุงล่าสุด: 22-05-2020