เมนูปิด

เลขที่หนังสือ: กค 0706/10047
วันที่: 30 พฤศจิกายน 2548
เรื่อง: ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการบริจาคเงินให้แก่กองทุนพัฒนาโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัย ก. พ.ศ. 2545
ข้อกฎหมาย: มาตรา 39 มาตรา 47(7)(ก) และมาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากร
ข้อหารือ: มหาวิทยาลัย ก. ได้จัดตั้งกองทุนพัฒนาโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัย ก. ขึ้นตามระเบียบมหาวิทยาลัย ว่าด้วยกองทุนพัฒนาโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัย ก. พ.ศ.2545 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเงินและรายได้ไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาความรู้ความสามารถทางวิชาการของคณาจารย์และบุคลากรเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการและคุณธรรมของนักเรียน และสำหรับจัดหาวัสดุอุปกรณ์ทางการศึกษาตลอดจนสนับสนุนกิจกรรมอื่น ๆ เพื่อเป็นการส่งเสริมและพัฒนาวิชาการและการศึกษาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยกองทุนฯ จะมีรายได้จากการรับบริจาคเงินอุดหนุนจากมหาวิทยาลัย และผลประโยชน์จากกองทุนฯ มหาวิทยาลัย ก. จึงขอจดทะเบียนกองทุนพัฒนาโรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัย ก. ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ที่มีจิต ศรัทธาบริจาคเงินเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาสมทบกองทุนดังกล่าวสามารถนำใบเสร็จรับเงินไปหักลดหย่อนภาษีได้
แนววินิจฉัย: กองทุนพัฒนาโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัย ก. จัดตั้งขึ้นตามระเบียบมหาวิทยาลัย ก. ว่าด้วยกองทุนพัฒนาโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัย ก. พ.ศ. 2545 และเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัย ก.ซึ่งมหาวิทยาลัย ก. มีฐานะเป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัย ก. พ.ศ. 2522 ไม่เข้าลักษณะเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร ไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามประมวลรัษฎากร และคณะกรรมการบริหารกองทุนฯ มีอำนาจหน้าที่ตามระเบียบฯ จึงเป็นเพียงกลุ่มผู้บริหารตามอำนาจหน้าที่เท่านั้น มิใช่เป็นการรวมตัวของกรรมการแต่ละคน จึงไม่เข้าลักษณะเป็นการรวมตัวเป็นคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคลในส่วนของเงินบริจาค หากมีผู้บริจาคเงินให้กองทุนฯ โดยคณะกรรมการบริหารกองทุนทำหน้าที่รับเงินแทนมิได้รับเงินดังกล่าวเป็นการส่วนตัว ถือได้ว่า เงินบริจาคดังกล่าวเป็นเงินที่มหาวิทยาลัย ก. หรือ กองทุนฯ ได้รับ จึงไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีเงินได้ตามประมวลรัษฎากร ใบเสร็จรับเงินสำหรับการบริจาคควรออกในนามมหาวิทยาลัย ก. หากผู้บริจาคเป็นบุคคลธรรมดาก็มีสิทธินำเงินบริจาคมาหักลดหย่อนในการคำนวณเงินได้สุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามมาตรา 47(7)(ก) แห่งประมวลรัษฎากร หากผู้บริจาคเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลก็มีสิทธินำเงินบริจาคในส่วนที่ไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิมาหักเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 2(1) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 44) เรื่อง กำหนดรายจ่ายเพื่อการสาธารณประโยชน์ รายจ่ายเพื่อการศึกษา และรายจ่ายเพื่อการกีฬาตามมาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2535
เลขตู้: 68/33708

 


 

ปรับปรุงล่าสุด: 22-05-2020