เมนูปิด

เลขที่หนังสือ: กค 0706/152
วันที่: 11 มกราคม 2549
เรื่อง: ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการคำนวณกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิของกิจการซึ่งได้รับการส่งเสริมการลงทุน
ข้อกฎหมาย: มาตรา 54 แห่ง พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520
ข้อหารือ: บริษัทฯ ได้รับอนุมัติสิทธิประโยชน์ตามบัตรส่งเสริมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน 2 บัตร บัตรส่งเสริมที่ 1 เพื่อผลิตผลิตภัณฑ์และเคมีภัณฑ์ขั้นอุตสาหกรรมมูลฐาน ตามบัตรส่งเสริม
คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน โรงงานนี้มีชื่อว่า ก.1 วันที่เริ่มมีรายได้ คือวันที่ 31 มกราคม 2541 และบัตรส่งเสริมที่ 2 เพื่อผลิตสิ่งปรุงแต่งอาหาร ตามบัตรส่งเสริมคณะกรรมการ
ส่งเสริมการลงทุน โรงงานนี้มีชื่อว่า ก.2 วันที่เริ่มมีรายได้ คือ วันที่ 1 สิงหาคม 2546 นอกจากนั้นบริษัทฯ ได้ก่อสร้าง “ส่วนขยายโรงงาน ก.1 เพื่อรองรับกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นของ
โรงงาน ก.1 และโรงงาน ก.2 เพราะกระบวนการผลิตขั้นปฐมภูมิ คือ กระบวนการผลิตสังเคราะห์กลูโคส ของทั้ง 2 โรงงานเป็นกระบวนการผลิตเดียวกัน แต่จะแตกต่างกันในกระบวนการผลิต
ขั้นทุติยภูมิ ตติยภูมิและขั้นถัดไป ส่วนขยายนี้เป็นส่วนที่สร้างต่อเติมจากโรงงาน ก.1 โดยใช้งบประมาณของโรงงาน ก.2 ประกอบด้วยเครื่องจักรที่ซื้อภายในประเทศ ระบบสาธารณูปโภคที่
ขยายเพิ่ม ระบบคอมพิวเตอร์ ระบบบำบัดน้ำเสีย รวมทั้งเครื่องจักรที่นำเข้าตามบัตรส่งเสริมที่ 2 ซึ่งได้นำเข้ามาติดตั้งและผลิตกลูโคสให้กับโรงงาน ก.1 ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2546 เป็นต้นมา
ต่อมาเมื่อโรงงาน ก.2 สร้างเสร็จ บริษัทฯ ยังคงใช้เครื่องจักรดังกล่าวผลิตผลิตภัณฑ์ของทั้ง 2 โรงงานร่วมกัน บริษัทฯ จึงหารือว่า
1. กรณีบริษัทฯ นำเข้าเครื่องจักรของโรงงาน ก.2 มาใช้ในกระบวนการผลิตสังเคราะห์กลูโคสให้กับโรงงาน ก.1 ในระหว่างระยะเวลาที่บริษัทฯ ได้รับการส่งเสริมการลงทุนทั้ง 2 โรงงาน
บริษัทฯ จะต้องเฉลี่ยรายได้อย่างไร
2. ในการเฉลี่ยรายจ่าย ณ ส่วนขยายของโรงงาน ก.1 ที่สร้างขึ้นใหม่นี้ บริษัทฯ จะไม่ใช้การคำนวณเฉลี่ยตามเกณฑ์รายได้ แต่จะใช้การคำนวณเฉลี่ยตามเกณฑ์อื่น ๆ ที่บริษัทในต่างประเทศ
เป็นผู้กำหนดให้ดังต่อไปนี้ ได้หรือไม่
2.1 ระบบสาธารณูปโภคที่ใช้ร่วมกัน เฉลี่ยรายจ่ายตามอัตราส่วนการใช้น้ำบาดาลของแต่ละโรงงาน
2.2 ระบบบำบัดน้ำเสียที่ใช้ร่วมกัน เฉลี่ยรายจ่ายตามอัตราส่วนการใช้จุลินทรีย์และออกชิเจน ในการบำบัดน้ำเสียของแต่ละโรงงาน
2.3 รายจ่ายค่าเงินเดือน โบนัส ค่าทำงานล่วงเวลาของบุคลากรด้านบัญชี ด้านควบคุมคุณภาพ (Q.C) ด้านธุรการ ด้านคอมพิวเตอร์ จะเฉลี่ยจากอัตราส่วนของบุคลากรที่ทำงานให้กับ
แต่ละโรงงาน โดยบุคลากรดังกล่าวโรงงาน ก.1 เป็นผู้รับเข้ามาเพื่อสนับสนุนงานของโรงงาน ก.2
3. บริษัทฯ นำเครื่องจักรของโรงงาน ก.2 มาผลิตกลูโคสให้กับโรงงาน ก.1 ในระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2546 การคำนวณหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคา
ของเครื่องจักรที่นำเข้า บริษัทฯ ควรจะเริ่มคำนวณนับแต่วันที่เครื่องจักรเริ่มผลิตหรือนับแต่วันที่โรงงาน ก.2 สร้างเสร็จ เนื่องจากส่วนขยายของโรงงาน ก.1 สร้างเสร็จก่อนเครื่องจักรที่นำเข้า
โดยเงื่อนไขตามบัตรส่งเสริมของโรงงาน ก.2 จึงเริ่มผลิตสังเคราะห์กลูโคสเพื่อใช้ในกระบวนการผลิตให้กับโรงงาน ก.1 ไปก่อนและเมื่อโรงงาน ก.2 สร้างเสร็จ จึงได้ปันส่วนการผลิตกลูโคส
ให้กับโรงงาน ก.2 สำหรับกรณีการเฉลี่ยรายจ่ายที่เกี่ยวกับเครื่องจักร บริษัทฯ จะใช้วิธีเปรียบเทียบตามสัดส่วนการใช้กลูโคสของโรงงาน ก.1 และโรงงาน ก.2 โดยให้ถือเป็นรายจ่ายต้นทุนการ
ผลิตของโรงงานนั้น ๆ ได้หรือไม่
4. หากมีการจำหน่ายเครื่องจักรที่ใช้ร่วมกันทั้งสองโรงงานในระหว่างที่สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรของโรงงาน ก.1 สิ้นสุดแล้ว แต่ของโรงงาน ก.2 ยังไม่สิ้นสุด รายได้จากการจำหน่าย
เครื่องจักรดังกล่าวจะได้รับการยกเว้นภาษีหรือไม่
แนววินิจฉัย: 1. กรณีตาม 1. และ 2. หากบริษัทฯ นำเครื่องจักรที่ได้รับอนุมัติให้นำเข้าตามบัตรส่งเสริมที่ 2 ไปใช้ผลิตสินค้าตามบัตรส่งเสริมที่ 1 รวมทั้งนำทรัพย์สินอื่น เช่น ระบบสาธารณูปโภค
ระบบบำบัดน้ำเสียและบุคลากร ซึ่งเป็นทรัพย์สินของโรงงานตามบัตรส่งเสริมที่ 2ไปใช้ร่วมกับโรงานตามบัตรส่งเสริมที่ 1 ในระหว่างที่ได้รับสิทธิประโยชน์ตามบัตรส่งเสริมทั้ง 2 บัตร ซึ่งแม้จะไม่เป็น
ไปตามเงื่อนไขของบัตรส่งเสริมดังกล่าว แต่ถือได้ว่าเป็นกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนเช่นเดียวกัน จึงไม่มีกรณีต้องเฉลี่ยรายได้หรือรายจ่ายแต่อย่างใด แต่การปฏิบัติดังกล่าวหากไม่ได้รับความเห็น
ชอบจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนก่อน บริษัทฯ อาจถูกเพิกถอนสิทธิประโยชน์ได้ ทั้งนี้ ตามมาตรา 54 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 อย่างไรก็ตาม หากสิทธิ
ประโยชน์ตามบัตรส่งเสริมของบริษัทฯ บัตรใดบัตรหนึ่งหมดลงก่อน ถือว่าบริษัทฯ ประกอบกิจการทั้งที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลและไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ให้บริษัทฯ จัดทำบัญชี
แยกกันสำหรับกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนและได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลกับกิจการที่ไม่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน ถ้ารายจ่ายรายการใดไม่สามารถแยกกันได้โดยชัดแจ้ง และไม่มี
เกณฑ์อื่นที่จะเฉลี่ยให้เป็นการเหมาะสมว่าเป็นรายจ่ายของกิจการใด ให้เฉลี่ยรายจ่ายดังกล่าวออกตามส่วนของรายได้แต่ละกิจการ ตามข้อ 3 ของประกาศกรมสรรพากร เรื่อง การคำนวณกำไรสุทธิ
และขาดทุนสุทธิของบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน ลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2530 กรณีบริษัทฯ นำเครื่องจักรและทรัพย์สินอื่นตามบัตรส่งเสริมที่ 2 ไปใช้
ผลิตสินค้าตามบัตรส่งเสริมที่ 1 ระหว่างที่ 1 มิถุนายน 2546 ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2546 ซึ่งเป็นระยะเวลาที่บัตรส่งเสริมที่ 2 ยังไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ ถือว่าบริษัทฯ ประกอบกิจการทั้ง
ประเภทที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลและไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลรายจ่ายรายการใดไม่สามารถแยกกันได้โดยชัดแจ้ง และไม่มีเกณฑ์อื่นที่จะเฉลี่ยให้เป็นการเหมาะสมว่าเป็นรายจ่าย
ของกิจการใด ให้บริษัทฯ เฉลี่ยรายจ่ายดังกล่าวออกตามส่วนของรายได้แต่ละกิจการ
2. กรณีตาม 3. กรณีการหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของเครื่องจักร บริษัทฯ ต้องเริ่มคำนวณหักตั้งแต่ระยะเวลาที่ได้เครื่องจักรมา และเครื่องจักรอยู่ในสภาพที่พร้อมจะใช้งาน
หรือใช้ประโยชน์ได้แล้ว ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และอัตราการหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินที่บัญญัติไว้ในพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 145) พ.ศ.2527
3. กรณีตาม 4. บริษัทฯ จำหน่ายเครื่องจักรที่ได้นำเข้าตามบัตรส่งเสริมที่ 2 หากได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนและกรมสรรพากรแล้ว จึงจะได้รับการยกเว้น
ภาษีเงินได้นิติบุคคล ทั้งนี้ ตามข้อ 2.3 ของประกาศกรมสรรพากร เรื่อง การคำนวณกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิของบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน ลงวันที่ 5
กุมภาพันธ์ พ.ศ.2530
เลขตู้: 69/33806

 


 

ปรับปรุงล่าสุด: 22-05-2020