เมนูปิด

เลขที่หนังสือ: กค 0706/6414
วันที่: 11 พฤศจิกายน 2548
เรื่อง: ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีภาระภาษีของกองทุนรวมหุ้นระยะยาว
ข้อกฎหมาย: กฎกระทรวง ฉบับที่ 246 (พ.ศ. 2547)
ข้อหารือ: บริษัทฯ ขอหารือปัญหา ดังนี้
1. การยกเว้นภาษีเนื่องจากการขายหน่วยลงทุนคืน ตามกฎกระทรวงดังกล่าว
เงินได้หรือผลประโยชน์ใด ๆ ที่ได้รับเนื่องจากการขายหน่วยลงทุนคืนให้แก่ กองทุน
รวมหุ้นระยะยาว (LTF) จะได้รับยกเว้นไม่ต้องนำมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้
เฉพาะกรณีที่ผู้มีเงินได้ถือหน่วยลงทุนดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปีปฏิทิน แต่ไม่
รวมถึงกรณีผู้มีเงินได้ไถ่ถอนหน่วยลงทุนใน LTF เพราะทุพพลภาพหรือตาย และ
เงินหรือผลประโยชน์ต้องคำนวณจากเงินได้พึงประเมินที่ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงิน
ได้เท่าที่จ่ายเป็นค่าซื้อหน่วยลงทุนใน LTF ที่ได้มีการจดทะเบียนกองทรัพย์สินเป็น
กองทุนรวมภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2550 ในอัตราไม่เกินร้อยละ 15 ของเงินได้
พึงประเมินที่ได้รับในปีภาษีนั้น ทั้งนี้ เฉพาะส่วนที่ไม่เกิน 300,000 บาท หาก
ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ผู้ถือหน่วยลงทุนได้ขายคืนหน่วยลงทุนในระหว่างที่ถือหน่วย
ลงทุนมายังไม่ครบระยะเวลา 5 ปี หรือปฏิบัติผิดเงื่อนไขอื่นใดตามที่กำหนดไว้ใน
ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรดังกล่าว ผู้ถือหน่วยลงทุนไม่ได้รับสิทธิยกเว้นภาษี
เงินได้และการคำนวณต้นทุนผลประโยชน์ที่ได้จากการโอนหน่วยลงทุน (Capital
Gain) เพื่อเสียภาษีในกรณีดังกล่าว ให้คำนวณโดยวิธีเข้าก่อนออกก่อน (FIFO)
2. เนื่องจากลักษณะของการถือหน่วยลงทุนในกองทุนรวมที่จัดตั้งตาม
พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มีความมุ่งหมายเพื่อ
การส่งเสริมการออม กรณีจึงต่างกับการเป็นหุ้นส่วนการถือหุ้น หุ้นกู้ พันธบัตร ตั๋ว
เงิน หรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ซึ่งมีความมุ่งหมายในลักษณะของการลงทุน
ดังนั้น เงินได้ซึ่งเกิดจากการขายหน่วยลงทุน เฉพาะส่วนซึ่งตีราคาเป็นเงินได้เกิน
กว่าที่ลงทุน (Capital Gain) จึงถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8) แห่ง
ประมวลรัษฎากร ซึ่งจะต่างจากเงินส่วนต่างที่ได้รับจากการโอนหุ้น ซึ่งถือเป็นเงิน
ได้พึงประเมินตามมาตรา 40(4)(ช) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ มีความเห็นว่า เงิน
หรือผลประโยชน์ใด ๆ (Capital Gain) ที่ผู้ถือหน่วยลงทุนแต่ละรายได้รับจากการขาย
คืนหน่วยลงทุนให้แก่บริษัทฯ ถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8) แห่ง
ประมวลรัษฎากร
3. เงินหรือผลประโยชน์ใด ๆ (Capital Gain) ที่ผู้ถือหน่วยลงทุน แต่ละรายได้
รับจากการขายคืนหน่วยลงทุนให้แก่บริษัทฯ ถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา
40(8) แห่งประมวลรัษฎากร ด้วยเหตุนี้ แม้ข้อเท็จจริงจะปรากฏว่าผู้ถือหน่วยลงทุน
ปฏิบัติผิดเงื่อนไขการลงทุนใน LTF ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรดังกล่าว ทำ
ให้ผู้ถือหน่วยลงทุนไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี เป็นผลให้ต้องนำเงินหรือ
ผลประโยชน์ใด ๆ ที่ได้รับมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาก็ตาม
บริษัทฯ ก็ไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ในกรณีนี้
บริษัทฯ ขอหารือว่า ความเข้าใจของบริษัทฯ ถูกต้องหรือไม่
แนววินิจฉัย: กรณีตาม 1. และ 2. ความเห็นของบริษัทฯ ถูกต้องแล้ว สำหรับกรณีตาม 3.
ตามข้อ 6 ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 133) เรื่อง
กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข เพื่อการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินได้
เท่าที่ได้จ่ายเป็นค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว ลงวันที่ 3 กันยายน
พ.ศ. 2547 กำหนดว่า กรณีผู้มีเงินได้ได้ซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว
และได้ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้แล้ว และต่อมาได้ปฏิบัติไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์
ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากรฉบับดังกล่าวผู้มีเงินได้หมดสิทธิได้รับยกเว้นภาษี
เงินได้ แต่ไม่รวมถึงกรณีผู้มีเงินได้ไถ่ถอนหน่วยลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว
เพราะทุพพลภาพหรือตาย ผู้มีเงินได้ต้องเสียภาษีเงินได้สำหรับปีภาษีที่ได้นำเงิน
ค่าซื้อหน่วยลงทุนไปหักออกจากเงินได้เพื่อยกเว้นภาษีเงินได้มาแล้วที่อยู่ในช่วง
ระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้เพิ่มเติม
ของปีภาษีนั้น ๆ จนถึงวันที่ได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
เพิ่มเติมเพื่อเสียภาษีเงินได้เพิ่มเติมของปีภาษีฉบับดังกล่าว พร้อมเงินเพิ่มตาม
มาตรา 27 แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น หากผู้ถือหน่วยลงทุนไถ่ถอนหน่วยลงทุนโดย
ปฏิบัติไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากรฉบับดังกล่าว และ
กองทุนรวมได้จ่ายเงินหรือผลประโยชน์ใด ๆ (Capital Gain) ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน เงิน
หรือผลประโยชน์ใด ๆ จากการลงทุนดังกล่าว เข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมินตาม
มาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร และเป็นเงินได้ที่เกิดจากการกระทำใด ๆ อัน
อาจหาประโยชน์อันมีมูลค่า ซึ่งมิใช่การขายสินค้าอันเข้าลักษณะเป็นการให้บริการ
บริษัทฯ ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 3.0 ตามข้อ 12/1 ของคำสั่ง
กรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40
แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ.
2528 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.104/2544ฯ ลงวันที่ 15
กันยายน พ.ศ. 2544
เลขตู้: 68/33675

 


 

ปรับปรุงล่าสุด: 22-05-2020