เมนูปิด

เลขที่หนังสือ: กค 0811/พ.02289
วันที่: 11 มีนาคม 2542
เรื่อง: ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการขายบัตรแลกรับบริการล่วงหน้า
ข้อกฎหมาย: มาตรา 3 เตรส, มาตรา 40, มาตรา 50, มาตรา 65, มาตรา 65 ตรี, มาตรา 69 ทวิ, มาตรา
78/1, มาตรา 79, มาตรา 82/3, มาตรา 82/5, มาตรา 86, มาตรา 105, คำสั่งกรมสรรพากร
ที่ ท.ป.4/2528 ฯ
ข้อหารือ: 1. บัตรแลกรับบริการ (ValuePlus Package Coupon) ที่ลูกค้าได้ซื้อไปจะมีมูลค่า
ประมาณร้อยละ 70 ของราคาค่าบริการในการตรวจเช็คตามระยะในแต่ละครั้ง (ลูกค้าจะได้รับส่วนลด
ร้อยละ 30 จากการซื้อบัตรแลกรับบริการ) ดังนั้น หลังจากที่ลูกค้าได้ชำระมูลค่าบัตรแลกรับบริการพร้อม
ภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ต่อมาลูกค้าได้นำรถยนต์เข้าตรวจเช็คสภาพตามเงื่อนไขในบัตรแลกรับบริการ และนำ
บัตรแลกรับบริการมาชำระแทนเงินสด
1.1 บริษัทฯ จะต้องออกใบกำกับสินค้า (Invoice) สำหรับค่าบริการที่เกิดขึ้น
จำนวนใด
1.2 บริษัทฯ จะต้องแสดงจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มและออกใบกำกับภาษี ณ จุดที่เกิด
รายรับอีกหรือไม่ อย่างไร
1.3 บริษัทฯ จะต้องออกใบรับให้กับลูกค้าอีกหรือไม่
1.4 ในการชำระค่าบริการตรวจเช็คตามระยะตามปกติ ถ้าลูกค้าเป็นนิติบุคคลหรือ
หน่วยราชการจะมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายสำหรับค่าบริการดังกล่าวหรือไม่ และกรณีลูกค้าซื้อบัตรแลกรับ
บริการและนำมาใช้ ลูกค้าจะต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย เมื่อใด ด้วยฐานรายรับใด
2. กรณีลูกค้าไปรับบริการตรวจเช็คตามระยะที่ศูนย์บริการตัวแทน (Dealer) และใช้
บัตรแลกรับบริการชำระราคาค่าบริการตรวจเช็คระยะดังกล่าว ศูนย์บริการตัวแทนจะเรียกเก็บค่าบริการ
ตรวจเช็คระยะของลูกค้ารายนั้นเต็มตามราคาค่าบริการตามปกติมายังบริษัทฯ
2.1 ใบกำกับสินค้า (Invoice) ที่ศูนย์บริการตัวแทนออก ณ ขณะที่ลูกค้าชำระ
ค่าบริการด้วยบัตรแลกรับบริการนั้น จะออกในนามบริษัทฯ หรือในนามลูกค้า และจะต้องแสดงจำนวน
ภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อมทั้งออกใบกำกับภาษีด้วยหรือไม่
2.2 ในกรณีที่ศูนย์บริการตัวแทนต้องออกใบกำกับสินค้าและใบกำกับภาษีให้บริษัทฯ
บริษัทฯสามารถที่จะถือเอาภาษีมูลค่าเพิ่มดังกล่าว เป็นภาษีซื้อของบริษัทฯ ได้หรือไม่ และบริษัทฯ มีหน้าที่
ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่ อย่างไร
3. กรณีบริษัทฯ นำบัตรแลกรับบริการใช้ในการส่งเสริมการขาย โดยใช้เป็นรางวัลใน
การชิงโชคในกิจกรรมส่งเสริมการขายต่าง ๆ บริษัทฯ จะต้องเรียกเก็บภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากผู้รับรางวัล
โดยคำนวณภาษีจากฐานใด และบริษัทฯ จะต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับบัตรแลกรับบริการที่แจก
เป็นรางวัลหรือไม่ และฐานที่ใช้ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม จะต้องเป็นฐานเดียวกับที่ใช้ในการคำนวณ
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายหรือไม่
4. กรณีบริษัทฯ ให้บัตรแลกรับบริการเป็นของแจกเพื่อการส่งเสริมการขายหรือนำไป
บริจาคให้แก่หน่วยงานราชการ บริษัทฯ จะถือเอามูลค่าของบัตรแลกรับบริการเป็นค่าใช้จ่ายได้หรือไม่
และบริษัทฯ จะมีภาระภาษีอย่างไรบ้าง
5. กรณีบริษัทฯ ใช้บัตรแลกรับบริการเป็นของแถมไปพร้อมกับการขายรถยนต์ บริษัทฯ
จะถือเอาบัตรแลกรับบริการเป็นค่าใช้จ่ายได้หรือไม่
6. กรณีการขายบัตรแลกรับบริการโดยลดราคา เพื่อส่งเสริมการขายหรือการ
ให้บริการของบริษัทฯ ส่วนลดดังกล่าวอยู่ในข่ายต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่
7. กรณีการขายบัตรแลกรับบริการผ่านผู้จำหน่ายของบริษัทฯ เมื่อผู้จำหน่ายส่งเงินค่า
ขายบัตรกลับมายังบริษัทฯ บริษัทฯ จะออกใบกำกับภาษีให้แก่ผู้ซื้อ เมื่อลูกค้าผู้ถือบัตรเข้ารับบริการตรวจ
เช็คสภาพรถยนต์จากศูนย์บริการของผู้จำหน่ายและชำระราคาค่าบริการด้วยบัตรแลกรับบริการ ผู้จำหน่าย
ก็จะเรียกเก็บค่าบริการเต็มราคามายังบริษัทฯ ในกรณีนี้ ผู้จำหน่ายจะต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มอีก
หรือไม่
แนววินิจฉัย: 1. ตามข้อ 1.1 ข้อ 1.2 และข้อ 1.3 การให้บริการในการตรวจเช็คสภาพรถยนต์ตาม
ระยะตามบัตรแลกรับบริการ (คูปอง) นั้น เนื่องจากความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากการ
ให้บริการดังกล่าวจะเกิดขึ้นก่อนที่มีการให้บริการจริง กล่าวคือ เมื่อลูกค้าได้ชำระเงินเพื่อซื้อคูปอง อัน
เข้าลักษณะเป็นการชำระราคาค่าบริการล่วงหน้า ตามมาตรา 78/1 (1) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ
จึงต้องนำมูลค่าทั้งหมดที่ได้รับจากการรับชำระค่าบริการล่วงหน้าคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษี ตาม
มาตรา 79 แห่งประมวลรัษฎากร เพื่อยื่นแบบแสดงรายการในเดือนภาษีที่ได้รับชำระราคานั้น บริษัทฯ มี
หน้าที่ต้องจัดทำใบกำกับภาษีทันทีที่ได้รับชำระเงินดังกล่าว ตามมาตรา 86 แห่งประมวลรัษฎากร และมี
หน้าที่ต้องออกใบรับ ตามมาตรา 105 แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น เมื่อบริษัทฯ ได้ให้บริการจริงตาม
คูปองดังกล่าว บริษัทฯ จึงไม่มีหน้าที่ต้องจัดทำใบกำกับภาษีสำหรับการให้บริการดังกล่าวอีกแต่อย่างใด
2. ตามข้อ 1.4 กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นได้จ่ายเงินได้ที่เป็น
ค่าจ้างทำของให้กับผู้รับซึ่งเป็นบริษัทฯ ผู้จ่ายเงินได้ดังกล่าวมีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย โดยคำนวณหัก
ไว้ในอัตราร้อยละ 3.0 ของเงินค่าจ้างทำของล่วงหน้าที่ลูกค้าได้จ่ายไปขณะที่ลูกค้าได้ซื้อคูปองนั้น ทั้งนี้
ตามข้อ 8 (2) แห่งคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตาม
มาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528
ส่วนกรณีผู้จ่ายเงินเป็นรัฐบาลองค์การของรัฐบาล เทศบาล สุขาภิบาล หรือองค์การบริหารราชการ
ส่วนท้องถิ่นได้จ่ายเงินได้ที่เป็นค่าจ้างทำของให้กับผู้รับซึ่งเป็นบริษัทฯ ผู้จ่ายเงินได้ดังกล่าวมีหน้าที่ต้องหัก
ภาษี ณ ที่จ่าย โดยคำนวณหักไว้ในอัตราร้อยละ 1 ของเงินค่าจ้างทำของล่วงหน้าที่ได้จ่ายไปในขณะที่
ลูกค้าได้ซื้อคูปองนั้น ทั้งนี้ ตามมาตรา 69 ทวิแห่งประมวลรัษฎากร
3. ตามข้อ 2. และข้อ 7. กรณีลูกค้าได้นำรถยนต์ไปรับบริการที่ศูนย์บริการตัวแทน
(Dealer)ที่อยู่ในโครงการบัตรแลกรับบริการ (คูปอง) หรือศูนย์บริการของผู้จำหน่าย เนื่องจากการ
ให้บริการดังกล่าวเป็นไปตามข้อตกลงระหว่างบริษัทฯ กับศูนย์บริการตัวแทน (Dealer) หรือศูนย์บริการ
ของผู้จำหน่าย โดยการให้บริการของศูนย์บริการดังกล่าว จะเป็นไปตามคำสั่งของบริษัทฯ และตาม
เงื่อนไขในบัตรแลกรับบริการ (คูปอง) ดังนั้น กรณีที่ลูกค้านำรถยนต์ไปรับบริการที่ศูนย์บริการตัวแทน
(Dealer) หรือศูนย์บริการของผู้จำหน่าย ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการให้บริการ
ดังกล่าวยังไม่เกิดขึ้นจนกว่าศูนย์บริการดังกล่าวจะได้รับชำระราคาค่าบริการจากบริษัทฯ ศูนย์บริการ
ดังกล่าวไม่มีหน้าที่ต้องออกใบกำกับภาษีให้กับลูกค้าในขณะให้บริการ แต่มีหน้าที่ต้องออกใบกำกับภาษีให้กับ
บริษัทฯ เมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการจากบริษัทฯ ทั้งนี้ ตามมาตรา 86 และมาตรา 78/1 (1) แห่ง
ประมวลรัษฎากร ใบกำกับภาษีดังกล่าว ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 82/5 แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ
มีสิทธินำไปหักในการคำนวณภาษีได้ตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร และกรณีบริษัทฯ ได้จ่ายเงิน
ที่เป็นค่าจ้างทำของให้กับศูนย์บริการตัวแทน (Dealer) หรือศูนย์บริการของผู้จำหน่าย บริษัทฯ
ผู้จ่ายเงินได้ดังกล่าวมีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย โดยคำนวณหักไว้ในอัตราร้อยละ 3.0 ทั้งนี้ ตามข้อ 8
(2) แห่งคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40
แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528
4. ตามข้อ 3. บัตรแลกรับบริการ (คูปอง) ที่บริษัทฯ ได้มอบให้ลูกค้าเพื่อเป็นรางวัลใน
การชิงโชค บริษัทฯ ไม่มีหน้าที่ต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับบัตรแลกรับบริการ (คูปอง) ในขณะที่
บริษัทฯ ได้มอบให้ลูกค้าเพื่อเป็นรางวัลในการชิงโชคแต่ประการใด แต่ความรับผิดในการเสีย
ภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับบัตรแลกรับบริการ (คูปอง) ที่บริษัทฯ ได้มอบให้ลูกค้าเพื่อเป็นรางวัลในการชิงโชค
ดังกล่าวจะเกิดเมื่อได้ใช้บริการตามบัตรแลกรับบริการ (คูปอง) ดังกล่าวนั้น ทั้งนี้ ตามมาตรา 78/1
(1) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร โดยบริษัทฯ ต้องนำมูลค่าทั้งหมดที่ได้ให้บริการตามบัตรแลกรับบริการ
(คูปอง) ดังกล่าว มารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษี ตามมาตรา 79 แห่งประมวลรัษฎากร เพื่อยื่น
แบบแสดงรายการในเดือนภาษีที่ได้ใช้บริการตามคูปองนั้น และบัตรแลกรับบริการ (คูปอง) ที่บริษัทฯ ได้
มอบให้ลูกค้าเพื่อเป็นรางวัลในการชิงโชค บริษัทฯ มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 5.0 ตาม
มูลค่าที่ปรากฏบนบัตรแลกรับบริการ (คูปอง) ทั้งนี้ ตามข้อ 9 ของคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 4/2528
เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ
ที่จ่าย ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.31/2534 ฯ
ลงวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2534
5. ตามข้อ 4. และข้อ 5. กรณีบริษัทฯ แจกบัตรแลกรับบริการ (คูปอง) เพื่อส่งเสริม
การขาย หรือนำไปบริจาคให้แก่ส่วนราชการ หรือแถมพร้อมกับการจำหน่ายรถยนต์ บริษัทฯ ไม่มีหน้าที่
ต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับบัตรแลกรับบริการ (คูปอง) ในขณะที่บริษัทฯ ได้แจกหรือบริจาคหรือ
แถมแต่อย่างใด ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับบัตรแลกรับบริการ (คูปอง) ที่บริษัทฯ ได้
แจกหรือบริจาคหรือแถมดังกล่าวจะเกิดขึ้นเมื่อได้ใช้บริการตามบัตรแลกรับบริการ (คูปอง) นั้น ทั้งนี้
ตามมาตรา 78/1 (1) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร โดยบริษัทฯ ต้องนำมูลค่าทั้งหมดที่ได้ให้บริการตาม
คูปองดังกล่าวมารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษีตามมาตรา 79 แห่งประมวลรัษฎากร เพื่อยื่น
แบบแสดงรายการในเดือนภาษีที่ได้ใช้บริการตามคูปองนั้น และเนื่องจากคูปองที่แจกหรือบริจาคหรือแถม
ดังกล่าวมิใช่รางวัลจากการประกวด การแข่งขันหรือการชิงโชค บริษัทฯ ผู้จ่ายไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ
ที่จ่าย และนำส่ง ตามมาตรา 3 เตรส และมาตรา 50 แห่งประมวลรัษฎากร แต่อย่างใด และรายจ่าย
ที่บริษัทฯ ได้จ่ายไปสำหรับการให้บริการตามบัตรแลกรับบริการ (คูปอง) เพื่อส่งเสริมการขายดังกล่าว
บริษัทฯ มีสิทธินำรายจ่ายนั้นมาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้ตามมาตรา 65 และมาตรา 65
ตรี แห่งประมวลรัษฎากร
6. ตามข้อ 6 กรณีบริษัทฯ ได้ขายบัตรแลกรับบริการ (คูปอง) โดยลดราคาเพื่อส่งเสริม
การขายเนื่องจากการจ่ายเงินเพื่อแลกซื้อบัตรแลกรับบริการ (คูปอง) เป็นการชำระราคาค่าบริการ
ล่วงหน้า แม้จะไม่เป็นส่วนลดให้ในขณะให้บริการแต่ก็เป็นส่วนลดที่บริษัทฯ ได้ลดให้ก่อนการให้บริการ
ดังนั้น หากบริษัทฯ ได้หักส่วนลดออกจากราคาค่าบริการที่เรียกเก็บล่วงหน้าดังกล่าว โดยได้แสดงให้เห็น
ไว้ชัดแจ้งว่าได้มีการหักส่วนลดไว้ในใบกำกับภาษีในแต่ละครั้งที่ออกแล้ว ส่วนลดที่บริษัทฯ ได้ลดให้ทันที
ดังกล่าวไม่ถือเป็นมูลค่าของฐานภาษีจากการให้บริการ ทั้งนี้ ตามมาตรา 79 (1) แห่งประมวลรัษฎากร
เลขตู้: 62/27634

 


 

ปรับปรุงล่าสุด: 22-05-2020