เมนูปิด

เลขที่หนังสือ: กค 0811/05392
วันที่: 8 มิถุนายน 2542
เรื่อง: ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีเงินได้จากการประกอบวิชาชีพอิสระ การประกอบโรคศิลป
ข้อกฎหมาย: มาตรา 40
ข้อหารือ: ข้าราชการสาย ก. (อาจารย์) ของคณะทันตแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยของรัฐ และผู้ที่มิใช่
อาจารย์ของคณะทันตแพทยศาสตร์ฯ ได้ให้การรักษาพยาบาลทางทันตกรรม ประกอบโรคศิลปทาง
ทันตกรรม นอกเวลาราชการ ณ คลินิกทันตกรรมพิเศษคณะทันตแพทยศาสตร์ โดยทำข้อตกลงกับคณะฯ
และมีข้อตกลงแบ่งเงินที่ได้รับจากผู้ป่วยให้คณะฯ กรณีถือว่าทันตแพทย์กลุ่มนี้ได้รับเงินได้พึงประเมินตาม
มาตรา 40 (6) แห่งประมวลรัษฎากร ใช่หรือไม่
แนววินิจฉัย: 1. กรณีทันตแพทย์ทำงานประจำเป็นอาจารย์ของคณะทันตแพทยศาสตร์ฯ ได้รับเงินเดือน
ประจำเมื่อมาปฏิบัติงานในคลินิกทันตกรรมพิเศษนอกเวลาราชการปกติของคณะทันตแพทยศาสตร์อีก จึง
เป็นการปฏิบัติงานของลูกจ้างกับนายจ้างคนเดิม โดยมีหลักฐานใบเสร็จรับเงิน ซึ่งออกในนามของ
ราชการ มหาวิทยาลัยฯ ที่ทำการคณะทันตแพทยศาสตร์เป็นผู้เรียกเก็บเงินจากคนไข้แล้วจ่ายค่าตอบแทน
ให้ทันตแพทย์เป็นค่าธรรมเนียมพิเศษนอกเวลาราชการตามข้อตกลงในระเบียบของมหาวิทยาลัยฯ ว่าด้วย
ค่าตอบแทนในการให้บริการนอกเวลาราชการปกติที่คลินิกทันตกรรมพิเศษ คณะทันตแพทยศาสตร์ พ.ศ.
2539 เงินค่าตอบแทนดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) แห่ง
ประมวลรัษฎากร
2. กรณีทันตแพทย์ที่ปฏิบัติงานในคลินิกทันตกรรมพิเศษนอกเวลาราชการปกติ ของคณะทันต
แพทยศาสตร์ฯ มิใช่อาจารย์ของคณะทันตแพทยศาสตร์ฯ มาทำงานเป็นครั้งคราว ตามวันและเวลาที่
กำหนดตามข้อตกลง โดยมีหลักฐานใบเสร็จรับเงินซึ่งออกในนามของในราชการ มหาวิทยาลัยฯ ที่ทำการ
คณะทันตแพทยศาสตร์ เป็นผู้เรียกเก็บเงินจากคนไข้แล้วจ่ายค่าตอบแทนให้ทันตแพทย์เป็นค่าธรรมเนียม
พิเศษนอกเวลาราชการตามข้อตกลงในระเบียบของมหาวิทยาลัยฯ ว่าด้วยค่าตอบแทนในการให้บริการ
นอกเวลาราชการปกติที่คลินิกทันตกรรมพิเศษ คณะทันตแพทยศาสตร์ พ.ศ. 2539 จึงไม่มีความสัมพันธ์ใน
ลักษณะของนายจ้างกับลูกจ้าง เข้าลักษณะเป็นเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ ที่ได้เนื่องจากหน้าที่
หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้ ตามมาตรา 40 (2) แห่งประมวลรัษฎากร
3. สำหรับกรณีที่ทันตแพทย์ตาม 1 และ 2 ได้ยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้
ประจำปีไว้ไม่ถูกต้อง ให้ยื่นแบบแสดงรายการปรับปรุงเพิ่มเติมเพื่อชำระภาษีให้ถูกต้องและต้องเสีย
เงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของเงินภาษีที่ต้องเสียหรือนำส่งตามมาตรา 2
7 แห่งประมวลรัษฎากร และไม่ต้องเสียเบี้ยปรับและค่าปรับอาญาแต่อย่างใด
เลขตู้: 62/27896

 


 

ปรับปรุงล่าสุด: 22-05-2020