เมนูปิด

เลขที่หนังสือ: กค 0811/2876
วันที่: 11 เมษายน 2543
เรื่อง: อากรแสตมป์ กรณีการคำนวณเงินเพิ่มอากร
ข้อกฎหมาย: มาตรา 123 ทวิ, มาตรา 103, มาตรา 104
ข้อหารือ: กรณีผู้มีหน้าที่เสียอากรมิได้นำตราสารที่ถูกกำหนดให้ชำระอากรเป็นตัวเงินแทนการ
ปิดแสตมป์อากร ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร ซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 123 ทวิ แห่ง
ประมวลรัษฎากร ไปยื่นขอชำระเดือนละ 2 งวด ภายในกำหนดเวลาดังนี้
1. งวดแรก ค่าอากรที่ต้องชำระเป็นตัวเงิน ตั้งแต่วันที่ 1 - 15 ของเดือนไม่ได้นำไปยื่น
ชำระภายในวันที่ 22 ของเดือนเดียวกัน
2. งวดที่สอง ค่าอากรที่ต้องชำระเป็นตัวเงิน ตั้งแต่วันที่ 16 - วันสุดท้ายของเดือน
ไม่ได้นำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป
สรรพากรภาคเห็นว่า ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.84/2542 ฯลฯ ลงวันที่ 27
กันยายน 2542 เมื่อผู้หน้าที่เสียอากรนำตราสารดังกล่าวไปชำระอากรเป็นตัวเงินภายใน 15 วัน นับแต่
วันที่ 22 ของเดือนเดียวกัน หรือวันที่ 7 ของเดือนถัดไป ผู้ต้องเสียอากรไม่ต้องเสียเงินเพิ่มอากร ตาม
มาตรา 113 แห่งประมวลรัษฎากร
แนววินิจฉัย: กรณีผู้มีหน้าที่เสียอากรที่ถูกกำหนดให้ชำระอากรเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์อากร
ภายในวันที่ 22 ของเดือนเดียวกัน หรือวันที่ 7 ของเดือนถัดไป ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร ซึ่ง
ออกโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 123 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร เมื่อผู้มีหน้าที่เสียอากรมิได้ปฏิบัติภายใน
กำหนดเวลาดังกล่าว จึงถือว่าตราสารดังกล่าวมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ตามมาตรา 103 วรรคแปด และ
วรรคเก้า และมาตรา 104 แห่งประมวลรัษฎากรเมื่อผู้มีหน้าที่เสียอากรได้ยื่นตราสารนั้นต่อพนักงาน
เจ้าหน้าที่เพื่อขอเสียอากรภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ 22 ของเดือนเดียวกัน หรือวันที่ 7 ของ
เดือนถัดไป (นับวันรุ่งขึ้นเป็นวันแรก คือ วันที่ 23 ของเดือนเดียวกัน หรือวันที่ 8 ของเดือนถัดไป)
ตามมาตรา 193/3 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ผู้มีหน้าที่เสียอากร มีหน้าที่เสียอากร
เพียงจำนวนอากรตามอัตราในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ โดยไม่ต้องเสียเงินเพิ่มอากร และให้ถือว่าเป็น
ตราสารที่ปิดแสตมป์บริบูรณ์แล้ว ตามมาตรา 113(1) และมาตรา 117 แห่งประมวลรัษฎากร
เลขตู้: 63/29146

 


 

ปรับปรุงล่าสุด: 22-05-2020