เมนูปิด

เลขที่หนังสือ: กค 0706(กม.04)/3057
วันที่: 9 ตุลาคม 2550
เรื่อง: ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการออกใบกำกับภาษีสำหรับการจำหน่ายบัตรสตาร์แคช (Star Cash )
ข้อกฎหมาย: มาตรา 78(1)(ข) และมาตรา 78/1(1) แห่งประมวลรัษฎากร
ข้อหารือ

          บริษัทฯ เป็นบริษัทในเครือของบริษัท น้ำมัน ก. จำกัด โดยบริษัท น้ำมัน ก.จำกัด มีโครงการจำหน่ายบัตรสตาร์แคช ให้ลูกค้าสามารถใช้บัตรดังกล่าวชำระค่าสินค้าหรือค่าบริการแทนการชำระด้วยเงินสดได้ทั้งในสถานีบริการน้ำมัน และในร้านสะดวกซื้อของบริษัทฯ การจำหน่ายบัตรสตาร์แคชจะต้องจำหน่ายผ่านเครื่องบันทึกการเก็บเงินสดที่อยู่ในร้านสะดวกซื้อเท่านั้น ขั้นตอนในการส่งมอบและใช้บัตรสตาร์แคชเพื่อชำระราคาค่าสินค้าหรือค่าบริการต่าง ๆมีหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังนี้


          1.1 บริษัท น้ำมัน ก. จำกัด จะส่งมอบบัตรสตาร์แคชให้ตามความต้องการของแต่ละสถานีบริการน้ำมัน และทำการแจ้งหนี้แก่บริษัทฯ เดือนละครั้งโดยไม่ได้เรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากการจำหน่ายบัตรดังกล่าว ทั้งนี้ บริษัทฯ ไม่มีการทำเป็นข้อตกลงหรือสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรใด ๆ กับบริษัท น้ำมันคาลเท็กซ์ฯ


          1.2 บริษัท น้ำมัน ก. จำกัด จะให้ส่วนลดจากการจำหน่ายบัตรสตาร์แคชแก่บริษัทฯ เช่น บัตรสตาร์แคชที่มีมูลค่า จำนวน 1,000 บาท ในใบแจ้งหนี้จะเรียกเก็บเงินเพียง 990 บาท เป็นต้น แต่การจำหน่ายบัตรให้กับลูกค้าที่มาซื้อกับบริษัทฯ จะไม่มีส่วนลดใด ๆ


          1.3 บัตรสตาร์แคชแต่ละใบจะมีมูลค่าเท่ากับจำนวนเงินที่ระบุอยู่บนบัตรลูกค้าสามารถใช้บัตรสตาร์แคชแทนเงินสดในการชำระค่าสินค้าหรือค่าบริการตามที่บริษัท น้ำมัน ก. จำกัด กำหนดไว้ได้


          1.4 ค่าสินค้าและค่าบริการที่ลูกค้าสามารถนำบัตรสตาร์แคชมาใช้ชำระแทนเงินสดได้ ได้แก่ ค่าผลิตภัณฑ์น้ำมัน ค่าสินค้าในร้านสตาร์มาร์ท ค่าบริการล้างรถ และบริการอื่น ๆ เฉพาะที่สถานีบริการน้ำมันที่รับบัตรทั่วไป โดยต้องทำรายการผ่านเครื่องรูดบัตรอัตโนมัติเท่านั้น


          1.5 บัตรสตาร์แคชจะใช้เสมือนเป็นเงินสด แต่ไม่สามารถแลกคืนหรือทอนเป็นเงินสดได้และมีระยะเวลาในการใช้ตามที่กำหนดไว้บนบัตร


          บริษัทฯ เห็นว่า บัตรสตาร์แคชเป็นเพียงอุปกรณ์ที่แสดงว่ามีการแลกเปลี่ยนจากเงินสดมาเป็นบัตรที่มีมูลค่าเป็นเงินตามที่ระบุอยู่บนบัตรโดยลูกค้าต้องไปซื้อสินค้าหรือใช้บริการในสถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์ก่อนจึงจะสามารถนำบัตรมาชำระค่าสินค้าหรือค่าบริการได้ บริษัทฯ จึงจะเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในขณะที่ลูกค้าได้ใช้บัตรดังกล่าว ไม่เหมือนกับการจำหน่ายบัตรโทรศัพท์ทั่ว ๆ ไป ซึ่งเมื่อลูกค้าได้รับบัตรโทรศัพท์แล้วก็สามารถนำไปใช้ได้ทันที ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจึงยังไม่เกิดขึ้นในขณะที่ได้มีการจำหน่ายบัตรเพียงแต่เป็นการอำนวยความสะดวกและให้สิทธิประโยชน์แก่ลูกค้าเท่านั้น


          บริษัทฯ จึงหารือว่า การจำหน่ายบัตรสตาร์แคชผ่านเครื่องบันทึกการเก็บเงินสดในร้านสตาร์มาร์ท บริษัทฯ จะต้องคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มในขณะที่ได้มีการจำหน่ายบัตรดังกล่าว หรือไม่

แนววินิจฉัย

          บัตรสตาร์แคชเป็นบัตรที่มีมูลค่าเป็นเงินเท่ากับจำนวนเงินที่ระบุไว้บนบัตรโดยผู้ถือบัตรสามารถใช้บัตรดังกล่าวแทนเงินสดในการชำระค่าสินค้าหรือค่าบริการในสถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์ และในร้านสะดวกซื้อ ของบริษัทฯ การจำหน่ายบัตรสตาร์แคชจึงเป็นการจำหน่ายสิ่งที่จะนำไปแทนตัวเงินที่จะนำไปซื้อสินค้าหรือบริการของบริษัทฯ หาก บัตรสตาร์แคชดังกล่าว มิได้กำหนดไว้สำหรับการซื้อสินค้าหรือใช้บริการเป็นการเฉพาะอย่างไว้การจำหน่ายบัตรสตาร์แคช จึงไม่เข้าลักษณะเป็นการขายสินค้าหรือให้บริการความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจึงยังไม่เกิดขึ้น ตามมาตรา 78(1)(ข) และมาตรา 78/1(1) แห่งประมวลรัษฎากร

เลขตู้: 70/35365

ปรับปรุงล่าสุด: 22-05-2020